Contents

ค่าลดหย่อนภาษี

70,854 views

โดย ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร

คุณมีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง?

ให้ iTAX ช่วยเปรียบเทียบตัวเลือกลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุดให้คุณได้เลย!

ค้นหาตัวเลือกประหยัดภาษี

ค่าลดหย่อน คือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้เสียภาษีน้อยลงเมื่อ คำนวณภาษี หรืออาจช่วยให้ได้เงินคืนภาษีเพิ่มขึ้น

ประมวลรัษฎากร เปิดช่องให้เราสามารถหักลดหย่อนภาษี ซึ่งมักจะขึ้นอยู่กับสถานะโดยรวมของเราแต่จะไม่เกี่ยวข้องกับเงินได้ที่เราหามาได้ เช่น มีครอบครัวรึยัง ทำประกันชีวิตไว้ไหม กู้เงินซื้อบ้านรึเปล่า เป็นต้น

ค่าลดหย่อนต่างๆ ไม่ได้อยู่แค่ในประมวลรัษฎากรเท่านั้น แต่จะกระจายอยู่ในกฎหมายลูกหลานอื่นๆ ด้วย เช่น กฎกระทรวง ประกาศอธิบดี ฯลฯ


รายการค่าลดหย่อนปีภาษี 2563

รายการที่ลดหย่อนได้ อัตราค่าลดหย่อน
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว ฿60,000
2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส คนละ ฿60,000 และกฎหมายอนุญาตให้มีได้สูงสุด 1 คน
3. ค่าลดหย่อนบุตร คนละ ฿30,000 – ฿60,000
4. ค่าลดหย่อนบิดามารดา คนละ ฿30,000
5. ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ คนละ ฿60,000
6. ค่าฝากครรภ์และทำคลอด ตามที่จ่ายจริงแต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินท้องละ ฿60,000
7. เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป/เงินฝากแบบมีประกันชีวิต ตามที่จ่ายจริงแต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ฿100,000 (คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿10,000)
8. เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿15,000
9. เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿25,000 และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน ฿100,000
10. กบข. / กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินเดือน และเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน ฿500,000
11. ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) / ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับข้อ 10. แล้วไม่เกิน ฿500,000
12. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน ฿200,000 และเมื่อรวมกับข้อ 10. และ RMF แล้วต้องไม่เกิน ฿500,000
13. เงินประกันสังคม ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿9,000
14. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿13,200 และเมื่อรวมกับ ข้อ 10. และ RMF และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน ฿500,000
15. ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน ฿200,000 และเมื่อรวมกับข้อ 10. และ RMF และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ และ กอช. แล้วต้องไม่เกิน ฿500,000
16. ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿200,000 เฉพาะปีภาษี 2563 ปีเดียว สำหรับค่าซื้อระหว่าง 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 2563
17. ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿100,000
18. ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต ลดหย่อนเพิ่มได้อีกตามที่จ่ายจริง เมื่อมีเงินได้จากค่าเช่าค่าวิชาชีพอิสระค่ารับเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ หรือ เงินได้การประกอบธุรกิจอื่นๆ
19. เงินบริจาคพรรคการเมือง ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿10,000
20. ค่าซื้อโครงการบ้านหลังแรก 2559 ไม่เกิน ฿120,000
21. ช้อปดีมีคืน  (รอประกาศเป็นกฎหมาย) ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ฿30,000 สำหรับค่าซื้อระหว่าง 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2563
22. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ 2 เท่าของเงินบริจาคตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
23. เงินบริจาคทั่วไป ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

รายการยกเว้นภาษีแบบพิเศษ


เรื่องที่มักเข้าใจผิดบ่อย

  • หลายคนเข้าใจผิดว่าค่าลดหย่อนเมื่อจ่ายไปแล้วจะเสียภาษีน้อยลงตามจำนวนที่จ่ายไป เช่น ใช้สิทธิลดหย่อน ฿1,000 แล้วจะได้เสียภาษีถูกลง ฿1,000 เลย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะเสียภาษีน้อยลงหรือได้เงินคืนภาษีเพิ่มมากขึ้นอยู่กับจำนวน เงินได้ และ อัตราภาษี ของแต่ละคนด้วย
  • หลายคนมักเข้าใจผิดว่าค่าลดหย่อนภาษี คือ เงินคืนภาษีที่จะได้รับเลย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะแม้ค่าลดหย่อนภาษีจะช่วยประหยัดภาษีได้จริง แต่จะได้เงินคืนภาษีมากหรือน้อยเท่าไหร่นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนรายได้และอัตราภาษีของแต่ละคนด้วย เช่น ถ้ามีเงินได้สุทธิเกิน 5 ล้านบาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตรา 35% แสดงว่าถ้าได้รับค่าลดหย่อน ฿1,000 จะประหยัดภาษีเพิ่มได้ ฿350 แต่ถ้ามีเงินได้สุทธิไม่เกิน ฿150,000 จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี แบบนี้ต่อให้ได้รับค่าลดหย่อน ฿1,000 ก็ไม่ช่วยให้ประหยัดภาษีเพิ่มแต่อย่างใด เพราะไม่ได้เสียภาษีแต่แรกอยู่แล้ว
  • หลายคนมักเข้าใจผิดว่า สิทธิประโยชน์ภาษีจำนวน ฿190,000 ของผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปหรือผู้พิการนั้นเป็น “ค่าลดหย่อน” แต่ความจริงแล้วกฎหมายระบุ ว่าสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นการยกเว้นรายได้ให้ผู้มีเงินได้อายุ 65 ปีหรือผู้พิการสำหรับรายได้ ฿190,000 แรก ดังนั้น สิทธิประโยชน์นี้จึงควรเรียกว่า “เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี” มากกว่า
  • หลายคนสับสนระหว่างคำว่า ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน ว่าเป็นคำเดียวกัน แต่ความจริงแล้วสองคำนี้มีความหมายต่างกัน กล่าวคือ ค่าใช้จ่ายคือสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายมอบให้โดยขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้ที่คุณได้รับ เช่น มีรายได้จากงานประจำจะหักค่าใช้จ่ายได้แบบนึง แต่ถ้ามีรายได้จากดอกเบี้ยจะหักค่าใช้จ่ายไม่ได้เลย ในขณะที่ ค่าลดหย่อน คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายมอบให้ โดยขึ้นอยู่กับสถานภาพและภาระของตัวผู้เสียภาษีคนนั้นๆ เช่น มีภาระดูแลพ่อแม่ มีภาระจ่ายดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย หรือ จ่ายเบี้ยประกันชีวิต เป็นต้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง