กำหนดการยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ประจำปีภาษี 2562

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

8,702 VIEWS

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ประกอบอาชีพอิสระ นอกจากจะต้อง ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของทุกๆ ปีแล้ว คุณจะต้องทำการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ด้วย ส่วนคุณจะเป็นหนึ่งในคนที่ต้องยื่น ภ.ง.ด. 94 ด้วยหรือไม่ เช็กลิสต์กันเลย

กำหนดการยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด. 94 ประจำปีภาษี 2562

ผู้เสียภาษีที่มีเงินได้เข้าข่ายต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) สามารถยื่นแบบพร้อมชำระภาษีได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 และสามารถทำการยื่นแบบพร้อมชำระภาษีออนไลน์ได้ที่ www.rd.go.th จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2562

ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ?

ผู้ที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) คือ ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ของทุกปี มากกว่า 60,000 บาท (กรณีโสด) หรือในกรณีมีคู่สมรสจะต้องมีรายได้รวมกันเกิน 120,000 บาท และจะต้องเป็นเงินได้ที่เข้าข่ายเงินได้ประเภทต่างๆ ต่อไปนี้

  • เงินได้ประเภทที่ 5 (เงินได้40 (5))

คือ รายได้ที่มาในรูปแบบของค่าเช่า (ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่ได้รับจากทรัพย์สินใดๆ ก็ตาม), การผิดสัญญาเช่า เป็นต้น หากคุณมีรายได้ (มาตรา 40(5) ประมวลรัษฎากร) (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เงินได้ประเภทที่ 5)

  • เงินได้ประเภทที่ 6 (เงินได้ 40(6))

คือ รายได้หรือค่าตอบแทนที่ได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ 6 อาชีพ ได้แก่ การประกอบโรคศิลปะ, นักกฎหมาย, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี และช่างประณีตศิลป์ (มาตรา 40(6) ประมวลรัษฎากร) (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เงินได้ประเภทที่ 6)

  • เงินได้ประเภทที่ 7 (เงินได้  40(7))

คือ รายได้ที่มาในรูปแบบของค่ารับเหมาที่ผู้เสียภาษีต้องทำหน้าที่จัดหาเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ค่าแรง ค่าเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และค่าของต่าง (ตามมาตรา 40(7) ประมวลรัษฎากร) (อ่านเพิ่มเติมที่ เงินได้ประเภทที่ 7)

  • เงินได้ประเภทที่ 8 (เงินได้ 40(8))

คือ เงินได้ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี และไม่ถูกจัดให้อยู่ในเงินได้ประเภทอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เช่น รายได้ที่ได้รับจากขายของออนไลน์, เปิดร้านอาหาร, กำไรที่ได้จากการของกองทุน LTF/RMF เป็นต้น (ตามมาตรา 40(8) ประมวลรัษฎากร) (อ่านเพิ่มเติมที่ เงินได้ประเภท 8)

ผู้มีเงินได้

มีเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(5)-(8) 

แห่งประมวลรัษฎากร (ม.ค. – มิ.ย.)

ผู้ยื่นแบบฯ
คนโสดเกิน 60,000 บาทผู้มีเงินได้

คู่สมรสที่มีเงินได้ฝ่ายเดียว

หรือ สองฝ่ายรวมกัน

เกิน 120,000 บาทผู้มีเงินได้
กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง

เกิน 60,000 บาท

ผู้จัดการมรดก/ ทายาท/

ผู้ครอบครองมรดก

ห้างหุ้นส่วนสามัญเกิน 60,000 บาท

ผู้จัดการ/

ผู้อำนวยการห้างหุ้นส่วนสามัญ

คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลเกิน 60,000 บาทผู้จัดการของคณะบุคคล

ส่วนผู้เสียภาษีท่านอื่นๆ ที่เช็กตัวเองเรียบร้อยแล้วว่า เงินได้ที่ได้รับมานั้นไม่เข้าข่ายเงินได้ 4 ประเภทข้างต้นก็วางใจได้เลย เพราะคุณไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) และเตรียมวางแผนภาษีสำหรับการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ในช่วงต้นปี 2563 ได้เลย 

ยื่นภาษีครึ่งปี ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มั้ย?

สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีนั้น ผู้เสียภาษีจะยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เหมือนเดิม เพียงแต่เงื่อนไขอาจจะแตกต่างกันไปสักเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็น

1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000 บาท (เต็มปี 60,000 บาท)

2. ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้ตามมาตรา 40 (1) – (4) หักค่าลดหย่อนได้ 30,000 บาท (เต็มปี 60,000 บาท)

3. ค่าลดหย่อนคู่สมรส กรณีที่คู่สมรสมีเงินได้ ตามมาตรา 40 (5) – (8)

     3.1 ยื่นภาษีรวมกัน ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัวได้ 30,000 บาท และสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนคู่สมรสได้ 30,000 บาท

     3.2 ในกรณีแยกยื่น สามารถหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000 บาท และจะไม่สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีคู่สมรสได้

4. ค่าลดหย่อนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถหักลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท (เต็มปี 30,000 บาท) โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร แต่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ในกรณีที่บุตรมีอายุไม่เกิน 25 ปี และยังศึกษาในชั้นมหาวิทยาลัยหรืออุดมศึกษาเท่านั้น

5. ค่าลดหย่อนบิดามารดาตนเอง สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้คนละ 15,000 บาท (เต็มปี 30,000 บาท) และมีข้อแม้ว่า บิดามารดาจะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีขอหักลดหย่อนเกิน 30,000 บาท

6. ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท (เต็มปี 60,000 บาท)

7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับส่วนที่ไม่เกิน 10,000 บาท และสามารถหักลดหย่อนได้ครึ่งเดียวของค่าเบี้ยประกันที่จ่ายตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน (ไม่เกิน 5,000 บาท) ส่วนที่เกินจาก 10,000 บาท จะได้รับยกเว้นไม่เกิน 90,000 บาท

เช่น คุณจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 จำนวน 30,000 บาท หากคุณยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 จะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 25,000 บาท ( 10,000 บาทแรกใช้ลดหย่อนภาษีได้ครึ่งนึงคือ 5,000 บาท และลดหย่อนภาษีส่วนที่เกิน 10,000 บาท คือ 20,000 บาท  เมื่อนำ 5,000 + 20,000 = 25,000 บาท )

8. ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามยอดที่จ่ายจริง (จ่ายระหว่างเดือน มกราคม – มิถุนายน) แบ่งออกเป็น

     8.1 ส่วนที่จ่ายไม่เกิน 10,000 บาท สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ครึ่งนึง แต่ไม่ต้องเกิน 5,000 บาท

     8.2 ส่วนที่จ่ายเกิน 10,000 บาท สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 90,000 บาท

9. ค่าลดหย่อนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนในการยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ได้ จะสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สำหรับการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลประจำปีเท่านั้น

10. ค่าลดหย่อนประกันสังคม หากคุณจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 33, 39, 40 คุณสามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (อ้างอิง มาตรา 47(1)(ฌ))

11. กองทุน LTF ลดหย่อนภาษี ในกรณีที่คุณซื้อกองทุนรวมระยะยาว (LTF) สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน ร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ และจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

เรื่องต้องระวัง

1. เอกสาร เนื่องจากเอกสารที่ใช้ยื่นภาษีครึ่งปี จะไม่ใช่ ภ.ง.ด. 90, 91 ที่หลายคนคุ้นเคย แต่จะต้องยื่นภาษีโดยใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 94 ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถดาวน์โหลดแบบแสดงรายการภาษีได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th

2. ยื่นภาษีครึ่งปีแล้ว ต้องยื่นภาษีเงินได้ประจำปีด้วย แม้ว่าคุณจะทำการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) แล้ว แต่คุณจะต้องทำการยื่นภาษีเงินได้ประจำปีด้วย ทั้งนี้การยื่นภาษีเงินได้ประจำปีนั้น คุณจะต้องทำการยื่นยอดรายได้ที่คุณมีตลอดทั้งปี ไม่ใช่การยื่นรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเท่านั้น

ข้อมูลจาก

www.rd.go.th

error: Content is protected !!