เรื่องต้องระวัง ก่อนซื้อ ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19)

ทั่วไป

7,070 VIEWS

เพราะ การระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้หลายๆ คนหันมาให้ความสำคัญกับการทำประกันสุขภาพมากขึ้น เนื่องจาก ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท (รวมกับค่าเบี้ยประกันสุขภาพปกติแล้ว) และ เมื่อรวมกับ เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือ เงินฝากแบบมีประกันชีวิต จะต้องไม่เกิน 100,000 บาทด้วย 

แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) เราอยากให้คุณพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ให้ดีก่อน

ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) คืออะไร? จำเป็นแค่ไหน?

ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) เป็น 1 ในแพคเกจประกันสุขภาพ ที่บริษัทประกันมีไว้เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในปัจจุบันประกันไวรัสโคโรนามีอยู่ 3 รูปแบบประกอบไปด้วย

 1. ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตรวจเจอปุ๊บ จ่ายปั๊บ

ถือเป็นแผนประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่เรามักจะเห็นผ่านตากันบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่มักจะมาในรูปแบบของคำโฆษณาที่ว่า “ตรวจเจอโรคปุ๊บ จ่ายเงินก้อนปั๊บ” นั่นหมายความว่า หากคุณทำประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ภายหลังตรวจพบว่า คุณเป็นไวรัสโคโรนา (COVID-19) คุณจะได้รับเงินก้อนจากบริษัทประกันตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้ (ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง) 

แผนประกันนี้เหมาะกับใคร

ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) แผนนี้เหมาะกับคนที่มีประกันสุขภาพฉบับหลัก หรือ มีประกันสังคมอยู่แล้ว แต่อยากได้ความคุ้มครองและวงเงินค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม 

2. ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ประกันค่ารักษาพยาบาล

แผนประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) แบบประกันค่ารักษาพยาบาล คือ แผนประกันที่ผู้เอาประกันสามารถกระจายความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากไวรัสโคโรนาไปที่บริษัทประกันได้ เพราะเมื่อคุณตัดสินใจทำประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ไปแล้ว บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลแทน ไม่ว่าจะเป็น ค่ายา ค่าห้อง การดูแลจากแพทย์หรือพยาบาล ฯลฯ

แผนประกันนี้เหมาะกับใคร

ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) แผนนี้ เหมาะกับคนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาล หรือ คนที่ต้องการได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่มากกว่าบริการที่รัฐจัดหาไว้ให้ เนื่องจากโดยปกติแล้วประกันค่ารักษาพยาบาลจะเป็นการเบิกจ่ายตามจริง หากมีคนออกค่ารักษาพยาบาลให้แล้วก็จะไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันเพิ่มเติมได้อีก เช่น ทำประกันค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 500,000 บาท แต่เพื่อเข้ารับการรักษาแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงก็จะไม่สามารถเคลมประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้อีก

3. ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ชดเชยรายได้

ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ชดเชยรายได้ ทำงานคล้ายๆ กับประกันสุขภาพชดเชยรายได้ปกติ ในแง่ที่ว่า หากคุณต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัวเพราะตรวจเจอไวรัสโคโรนา (COVID-19) บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยจากการที่ขาดรายได้จากการทำงานให้ ซึ่งระยะเวลาและจำนวนเงินที่คุณจะได้รับจากบริษัทนั้นจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุอยู่ในกรมธรรม์ประกันที่คุณได้รับ และแตกต่างไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

แผนประกันนี้เหมาะกับใคร

ประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) ชดเชยรายได้ เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือน หรือ คนทำงานที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับรายได้ที่อาจจะขาดหายไประหว่างที่ต้องพักรักษาตัวในกรณีที่ติดไวรัสโคโรนา (COVID-19) ชดเชยรายได้

ซื้อประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19 (COVID-19) ต้องดูอะไรบ้าง?

1. เช็กความคุ้มครองจากประกันสุขภาพที่มีอยู่เดิม

ในกรณีที่คุณมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว และประกันสุขภาพของคุณให้ความคุ้มครองครอบคลุมโรคร้ายแรงอยู่แล้ว เราอยากจะบอกว่า ในกรณีนี้คุณไม่จำเป็นที่ต้องซื้อประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพิ่มเลย เพราะคุณจะได้รับความคุ้มครองจากแผนประกันเดิมอยู่แล้ว แม้จะเป็นโรคอุบัติใหม่ก็ตาม

2. เงื่อนไขและความคุ้มครอง

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) คุณจำเป็นที่จะต้องอ่านเงื่อนไขและความคุ้มครองที่บริษัทประกันหรือตัวแทนส่งให้คุณอย่างละเอียด เพราะถึงแม้จะเป็นซื้อประกันไวรัสโคโรนาเหมือนกันแต่บริษัทประกันแต่ละแห่งย่อมมีเงื่อนไขที่จะจ่ายเงินและให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน เช่น

  • คุณอาจจะได้เงินก้อนจากการตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19 จริง แต่ความคุ้มครองที่คุณได้รับอาจไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลก็ได้
  • บริษัทประกันจะไม่รับประกัน แก่ผู้ที่มีประวัติเดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง, สัมผัส หรือ ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ฯลฯ
  • ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรงขึ้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ฯลฯ

นั่นหมายความว่า ก่อนที่คุณจะตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อซื้อประกันโคโรนาซักฉบับ เราอยากให้คุณเช็กรายละเอียดความคุ้มครองทั้งหมดให้ดี เพื่อที่คุณจะได้รับความคุ้มครองครบตามความต้องการ และคุ้มกับค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปที่สุด

3.ประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19 (COVID-19) มีระยะเวลารอคอยหรือไม่?

ถ้าว่ากันตามจริง ระยะเวลารอคอยเป็นเรื่องปกติของประกันสุขภาพ เพราะในการทำประกันสุขภาพแต่ละครั้ง บริษัทประกันมักจะกำหนดระยะเวลารอคอย 30 วัน หลังจากกรมธรรม์ประกันมีผลบังคับใช้ (หากเป็นประกันสุขภาพโรคร้ายแรง จะมีระยะเวลารอคอยอยู่ที่ 90 – 120 วัน) ทั้งนี้เพราะ ประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน

เช่น แผนประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19 ที่คุณซื้อจากบริษัทประกัน A กำหนดระยะเวลาการรอคอย 14 วัน แต่คุณตรวจพบว่าติดเชื้อก่อนครบกำหนดระยะเวลารอคอย 14 วัน คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากแผนประกันที่คุณทำไว้ และบริษัทประกันมีสิทธิปฏิเสธการให้ความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด

นั่นหมายความว่า คุณจำเป็นที่จะต้องสอบถามและตรวจเช็กระยะเวลารอคอยของประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19 ที่คุณกำลังสนใจให้แน่ใจว่า แผนประกันที่คุณตัดสินใจซื้อนั้น มีระยะเวลารอคอยกี่วัน เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันอย่างเต็มที่และไม่ต้องกังวลว่าจะถูกปฎิเสธความคุ้มครองภายหลัง

เรื่องที่อยากบอกต่อ

  • ควรทำประกันสุขภาพหลักก่อน ทำประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19)

หากคุณยังไม่ได้ทำประกันสุขภาพระยะยาว หรือ ประกันสุขภาพหลัก และสนใจอยากทำประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19 เราขอแนะนำให้คุณเลือกทำประกันสุขภาพฉบับหลักก่อน แล้วค่อยซื้อประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19 เพิ่มเติม (สลักหลังกรมธรรม์) เพราะ

ในกรณีที่คุณไม่ได้ทำประกันสุขภาพหลักไว้ แต่เลือกทำประกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) และมีการตรวจพบว่าติดเชื้อ COVID-19 คุณอาจจะได้รับเงินก้อนจากบริษัทประกันตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันจริง แต่เรื่องนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำประกันสุขภาพของคุณในอนาคตได้ 

นั่นก็เพราะ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) มีผลทำลายเซลล์ปอด และอาจจะส่งผลต่อสุขภาพปอดของคุณในอนาคต ซึ่งอาจจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ประกันแบบที่จ่ายแล้วจบอาจจะไม่ได้ให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ทำให้คุณอาจจะต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลด้วยตัวเอง 100%

และยิ่งไปกว่านั้น ประวัติการเคยรักษาไวรัสโคโรนา (COVID-19) อาจจะส่งผลให้ในอนาคตคุณไม่สามารถทำประกันสุขภาพหลักได้ยากขึ้น เพราะบริษัทประกันมักจะไม่รับทำประกันโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจนั่นเอง

เพราะการทำประกันสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงการวางแผนรับมือกับโรคระบาดหรือโรคอุบัติใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ดังนั้น การมีประกันสุขภาพติดตัวไว้ซักฉบับจึงเป็นเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้าม 

และหากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังมองหาแผนประกันสุขภาพแต่ยังตัดสินใจไม่ถูก คุณสามารถเลือกใช้บริการเปรียบเทียบประกันสุขภาพ จาก iTAX Market ได้ เรารับรองว่า คุณจะได้ทั้งแผนประกันที่ตรงใจ และสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามที่ต้องการอย่างแน่นอน