เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ใช้เป็น ค่าลดหย่อน ได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน ฿100,000 สำหรับคนที่ทำประกันชีวิตแบบทั่วไปให้ตัวเอง*1 ซึ่งปัจจุบันรวมถึง เงินฝากแบบมีประกันชีวิต ด้วย

ส่วนเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปสำหรับประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน ฿10,000*2

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีหลักเกณฑ์การลดหย่อนแตกต่างจาก เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ


ซื้อประกันชีวิตตัวไหนดี?

มาตรวจสอบผลประโยชน์ของประกันชีวิตยี่ห้อต่างๆ กันไหม?

เปรียบเทียบแบบประกัน


Edit

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

Edit

ประกันชีวิตของตัวเอง

คนที่ทำประกันชีวิตให้ตัวเองสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตจากกรมธรรม์ทุกฉบับไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดเพดานให้หักลดหย่อนได้ไม่เกิน ฿100,000

เช่น ถ้าคุณจ่ายเบี้ยประกันชีวิตไป ฿200,000 คุณจะนำเบี้ยประกันชีวิตไปหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน ฿100,000 เท่านั้น

Edit

ประกันชีวิตของคู่สมรส

ส่วนคนที่ทำประกันชีวิตให้คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดเพดานให้หักลดหย่อนได้ไม่เกิน ฿10,000 โดยคุณจะต้องเป็นคู่สมรสกันตลอดทั้งปี (ไม่ได้พึ่งแต่งงานกันในปีภาษีนี้)

เช่น ถ้าคุณจ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ไป ฿200,000 คุณจะนำเบี้ยประกันชีวิตไปหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน ฿10,000 เท่านั้น


Edit

เงื่อนไขการรับสิทธิ

เราจะสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตของเรามาหักลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้
  1. กรมธรรม์ประกันชีวิตมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  2. ทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
  3. ถ้ามีการจ่ายเงินคืนเงินปันผลหรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา จะต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี (ถ้าได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น จ่ายคืนทุก 3 ปี หรือ 5 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลา)

อนึ่ง ถ้าทำผิดเงื่อนไข เช่น เลิกสัญญาฯ หรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนจะถือครบ 10 ปี (ไม่ว่าจะโดยความตั้งใจหรือเหตุสุดวิสัยอื่น เช่น ทุพพลภาพ) คุณจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนจากเบี้ยประกันชีวิตสำหรับกรมธรรม์ฉบับนั้นได้อีกและมีผลย้อนหลังไปถึงการใช้สิทธิลดหย่อนในอดีตด้วย กล่าวคือ คุณต้องกลับไปคำนวณภาษีในทุกๆ ปีภาษีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตนั้นใหม่อีกครั้ง เสมือนว่าไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนดังกล่าวในปีนั้นๆ เพื่อเสียภาษีส่วนต่างเพิ่มเติม พร้อม เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยทางภาษี) เพิ่มเติมอีกด้วย


Edit

หลักฐานที่ต้องใช้

  • ใบเสร็จหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน

Edit

เรื่องที่มักเข้าใจผิดบ่อย

  • หลายคนมักเข้าใจผิด ว่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายให้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ด้วย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพราะความจริงแล้วเบี้ยประกันของคุณพ่อคุณแม่ที่คุณสามารถนำไปลดหย่อนได้มีเพียง เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา เท่านั้น
  • โฆษณาประกันชีวิตมักจะบอก ว่าคุณสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ฿300,000 แต่ความเป็นจริงแล้วเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปจะหักลดหย่อนภาษีสูงสุดได้ ฿100,000 เท่านั้น ส่วนอีก ฿200,000 น่าจะมาจากการหักลดหย่อน เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ตามจริงและไม่เกิน 15% ของรายได้ ซึ่งหมายความว่า คุณต้องมีรายได้ตลอดทั้งปีอย่างน้อยประมาณ ฿1,333,333 หรือตกเดือนละประมาณ ฿111,111

หากคุณต้องการจะใช้สิทธิ์ประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตสำหรับตนเอง ประกันชีวิตสำหรับคู่สมรส หรือ ประกันชีวิตสำหรับพ่อ-แม่ คุณจะต้องให้ความสำคัญกับเงื่อนไขของประกันชีวิตควบคู่ไปด้วย และคุณสามารถค้นหาแผนประกันชีวิตที่มีครบทั้งความคุ้มครองและสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ที่ iTAX Market


Edit

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ


ให้ iTAX Pro วางแผนภาษีด้วยเบี้ยประกันชีวิตเพื่อเงินคืนภาษีสูงสุด!

   


อ้างอิง

  • *1 :

    มาตรา 47(1)(ง) ประมวลรัษฎากร,ข้อ 2(61) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)

  • *2 :

    มาตรา 47(1)(ง) ประมวลรัษฎากร


Img loading