เงินฝากแบบมีประกันชีวิต

โดย ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร

เงินฝากแบบมีประกันชีวิต ใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ ตามที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้ว ต้องไม่เกิน ฿100,000 สำหรับคนที่ฝากเงินกับธนาคารแบบมีประกันชีวิต*1 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 ธนาคาร คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

เงินฝากแบบมีประกันชีวิตเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยมีสถานะเหมือนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป


Edit

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

คนที่ฝากเงินกับธนาคารแบบมีประกันชีวิตให้ตัวเองสามารถนำเงินฝากนั้นไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดเพดานให้หักลดหย่อนได้เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน ฿100,000

เช่น ถ้าคุณฝากเงินกับธนาคารแบบมีประกันชีวิตไป ฿30,000 แต่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตไปแล้ว ฿80,000 คุณจะนำเงินฝากไปหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงได้อีกเพียง ฿20,000 เท่านั้น เนื่องจากติดเพดานหักลดหย่อนสูงสุด ฿100,000


Edit

เงื่อนไขการรับสิทธิ

เราจะสามารถนำเงินฝากแบบมีประกันชีวิตของเรามาหักลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้
  1. มีกำหนดระยะเวลาการฝากเงินตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  2. ทำกับธนาคารในประเทศไทย
  3. การฝากเงินนั้นมีข้อตกลงว่าธนาคารผู้รับฝากเงินจะจ่ายเงินและผลประโยชน์ตามข้อตกลงโดยอาศัยความตายหรือการมีชีวิตอยู่ของผู้ฝากเงิน

อนึ่ง ถ้าทำผิดเงื่อนไข เช่น ถอนเงินก่อนจะถือครบ 10 ปี (ไม่ว่าจะโดยความตั้งใจหรือเหตุสุดวิสัยอื่น เช่น ทุพพลภาพ) คุณจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนจากเงินฝากแบบมีประกันชีวิตนั้นได้อีกและมีผลย้อนหลังไปถึงการใช้สิทธิลดหย่อนในอดีตด้วย กล่าวคือ คุณต้องกลับไปคำนวณภาษีในทุกๆ ปีภาษีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนเงินฝากแบบมีประกันชีวิตนั้นใหม่อีกครั้งเสมือนว่าไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนดังกล่าวในปีนั้นๆ เพื่อเสียภาษีส่วนต่างเพิ่มเติม พร้อมเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยทางภาษี) เพิ่มเติมอีกด้วย


Edit

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง

  • *1 :

    มาตรา 47(1)(ง) ประมวลรัษฎากร,ข้อ 2(94) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509),กฎกระทรวง ฉบับที่ 326 (พ.ศ. 2560),ประกาศอธิบดี ฉบับที่ 301 (พ.ศ. 2560)


Img loading