Contents

เงินได้ประเภทที่ 4

4,610 views

โดย ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร

เงินได้ประเภทที่ 4 คือ เงินได้พึงประเมิน ในรูปของ ดอกเบี้ย และเงินปันผล รวมถึงรายได้ลักษณะเดียวกัน ที่ทำให้ผู้รับเงินมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในวงการภาษีบางครั้งก็เรียกว่า เงินได้ 40(4)1

ให้ iTAX คำนวณภาษีดีกว่า

แม้จะหักค่าใช้จ่ายไม่ได้ แต่ iTAX มีวิธีลดภาษีสูงสุดให้คุณแน่นอน!

เริ่มคำนวณภาษี

เงินได้ประเภทที่ 4 เป็นอะไรได้บ้าง?

1. ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยที่นับเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ได้แก่

  • ดอกเบี้ยพันธบัตร
  • ดอกเบี้ยเงินฝาก
  • ดอกเบี้ยหุ้นกู้
  • ดอกเบี้ยตั๋วเงิน
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่ จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย
  • ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารหนี้ซึ่งบริษัทเงินทุนเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน (Original Issue Discount bond: OID)
  • เงินได้ทำนองเดียวกับดอกเบี้ย รวมถึงผลประโยชน์จากการให้กู้ยืมหรือสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิด
(ข้อยกเว้น) ดอกเบี้ยที่ไม่ต้องยื่นภาษี

ดอกเบี้ยต่อไปนี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นภาษีก็ได้

  • ดอกเบี้ยสลากออมสิน หรือดอกเบี้ยเงินฝากออมสินของรัฐบาลเฉพาะประเภทฝากเผื่อเรียก เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. เป็นต้น
  • ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่ได้รับจากสหกรณ์ออมทรัพย์
  • ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในไทยทั่วไปประเภทออมทรัพย์ที่รวมกันแล้วตลอดปีไม่เกิน ฿20,000 (หากเกิน ฿20,000 ต้องนำดอกเบี้ยนั้นมาคำนวณภาษีทั้งจำนวนตั้งแต่บาทแรกเลย)2 ทั้งนี้ เจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์นี้จะต้องไม่คัดค้านการส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารให้กรมสรรพากร3
  • ดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคารในประเทศไทยและจากสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศเป็นรายเดือนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับแต่วันที่ฝาก โดยมียอดเงินฝากทุกครั้งเท่ากันแต่ไม่เกิน ฿25,000 ต่อเดือนและรวมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน ฿600,000 (ในทางปฏิบัติมักเรียกว่า เงินฝากประจำปลอดภาษี)4
  • ดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคารในไทยสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 55 ปี ที่ฝากประจำตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันแล้วตลอดปีไม่เกิน ฿30,000 (หากเกิน ฿30,000 ต้องนำดอกเบี้ยนั้นมาคำนวณภาษีทั้งจำนวนตั้งแต่บาทแรกเลย)5
  • ดอกเบี้ยที่คุณยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้วและต้องการให้ภาษี ณ ที่จ่ายนั้นเป็นภาษีสุดท้ายไปเลย

2. เงินปันผล

โดยปกติ เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทไทยหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไทย เป็นเงินได้ที่ต้องยื่นภาษี แต่กฎหมายก็เปิดโอกาสให้คุณเลือกไม่ยื่นภาษีก็ได้ถ้าคุณยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ไปเลย และไม่ใช้สิทธิขอคืน เครดิตภาษีเงินปันผล

แม้เงินปันผลจะหักค่าใช้จ่ายไม่ได้แต่ก็สามารถใช้เครดิตภาษีเงินปันผลได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดภาษีมากกว่าถ้าบริษัทที่จ่ายเงินปันผลนั้นเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าคุณ เช่น บริษัทเสียภาษีในอัตรา 20% แต่คุณน่าจะเสียภาษีในอัตรา 15%

นอกจากนี้ ยังมีเงินปันผลบางประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษี เช่น เงินปันผลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ไม่ต้องนำไปยื่นภาษีด้วย

และยังมีเงินปันผลที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีและไม่ได้รับเครดิตภาษีด้วย เช่น เงินปันผลจากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust หรือ REIT) ซึ่งแม้จะเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 แต่ก็ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% โดยไม่สามารถขอใช้เครดิตภาษีเงินปันผลได้ด้วย6

ทั้งนี้ ถ้าเลือกยื่นเงินปันผลแล้วต้องยื่นเงินปันผลทุกก้อนด้วย7

2.1 เงินปันผลจากกองทุนรวมทั่วไปตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์

เงินปันผลจากกองทุนรวม RMF/LTF หรือกองทุนรวมทั่วไป (รวมถึงกำไรจากการขายกองทุนรวม RMF/LTF) ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา เป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในฐานะเงินได้ประเภทที่ 4 แล้ว ดังนั้น ถ้าเลือกเงินปันผลจากกองทุนรวมนี้ไปยื่นภาษีแล้วต้องยื่นเงินปันผลทุกก้อน รวมทั้งเงินปันผลจากหุ้นด้วย

แต่ถ้าคุณได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวมประเภทอื่น เช่น กองทุน RMF/LTF หรือกองทุนรวมทั่วไป ที่ได้รับก่อนวันที่ 20 สิงหาคม 2562 จะถือเป็น เงินได้ประเภทที่ 8

2.2 เงินปันผลรูปแบบอื่น

นอกจากเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทไทยหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไทย ยังมีเงินปันผลรูปแบบอื่น ได้แก่ เงินปันผลจากบริษัทต่างประเทศ และเงินปันผลจากกองทุนรวมที่ไม่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันแทบไม่มีเหลือแล้ว

2.3 เงินได้ทางอื่นจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ในบางกรณีแม้จะไม่ได้รับเป็นเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรมาตรงๆ แต่ถ้าคุณได้รับเงินหรือผลประโยชน์ในลักษณะต่อไปนี้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็ให้ถือว่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ด้วย

  • เงินโบนัสที่คุณได้รับในฐานะผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วน
  • เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน
  • เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งจากกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้รวมกัน
  • ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันหรือรับช่วงกัน หรือเลิกกัน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน และไม่ได้รับยกเว้นภาษี
  • ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน หรือโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือ ตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ออก เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน (Capital gain)

Cryptocurrency และ Digital Token

ดูเพิ่ม Bitcoin เสียภาษียังไง ได้ข้อสรุปแล้ว

ทั้ง Crytocurrency เช่น Bitcoin (BTC), Litecoin (LTC) หรือ Ethereum (ETH) และ Digital Token ที่เกิดขึ้นจากการระดมทุนผ่านการทำ ICO (Initial Coin Offering) ก็เป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ด้วยเช่นกัน8 หากมีกำไรจากการขายหรือได้รับผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งกำไรจากการถือครองก็จะต้องเสียภาษีด้วยเช่นกัน โดยจะถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15%9

เรื่องที่มักเข้าใจผิดบ่อย

  • การรวมคำนวณภาษี

หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 แล้ว ถ้าเลือกนำมารวมคำนวณภาษีแล้วต้องนำมารวมทั้งประเภท แต่ความจริงแล้วคุณสามารถเลือกนำบางตัวที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายไปแล้วมาคำนวณได้ เพียงแต่ว่าถ้าเลือกหมวดใดมาคำนวณแล้วต้องนำมารวมคำนวณทั้งหมวดเลย

เช่น ในกรณีที่มีเงินได้จากเงินปันผลหุ้น, เงินปันผลจากกองทุนรวมฯ และผลตอบแทนจากหุ้นกู้ คุณสามารถเลือกนำเงินปันผลหุ้นมารวมคำนวณแต่เพียงอย่างเดียว แล้วปล่อยให้เงินปันผลจากกองทุนรวมฯ และผลตอบแทนจากหุ้นกู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายก็ได้ เพียงแต่ว่าถ้าคุณตัดสินใจเลือกนำเงินปันผลหุ้นมารวมคำนวณภาษีแล้ว จะต้องนำเงินปันผลหุ้น “ทุกตัว” มารวมคำนวณภาษีด้วย จะเลือกเฉพาะเงินปันผลเพียงบางตัวมารวมคำนวณภาษีไม่ได้

  • กรณีที่เงินปันผลหุ้นที่ได้รับ เป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี

เงินปันผลจากหุ้นที่ได้รับนั้นหากเป็นส่วนที่ได้รับยกเว้นภาษี (ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%) จะเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี ทำให้เงินได้ส่วนนี้ไม่สามารถนำไปใช้เป็นฐานเพื่อคำนวณเพดานสิทธิลดหย่อน LTF / RMF ได้ เนื่องจากการคำนวณเพดานสิทธิลดหย่อนนี้จะต้องคำนวณจากเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเท่านั้น

  • ใครเป็นผู้ถือหุ้น เงินปันผลที่ได้ถือเป็นรายได้ของบุคคลนั้น

โดยปกติใครเป็นผู้ถือหุ้น เงินปันผลที่ได้รับก็ต้องเป็นรายได้ของคนนั้น แต่ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นยังอายุไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส) เงินปันผลกลับไม่นับว่าเป็นรายได้ของเด็ก แต่ให้ถือเป็นเงินได้ของผู้ปกครอง (หรือถือว่าเป็นของพ่อไปเลยถ้าพ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันและอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี)

ดังนั้น เด็กจะไม่สามารถใช้สิทธิขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ เพราะเงินปันผลนั้นเป็นของผู้ปกครอง การขอเครดิตภาษีเงินปันผลจึงเป็นสิทธิ์ของผู้ปกครองด้วย10

หากในปีภาษีนี้ คุณเป็นหนึ่งคนที่มีเงินได้ประเภทที่ 4 ไม่ว่าจะเป็น เงินได้ที่มาจากดอกเบี้ย หรือเงินปันผลที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่ต้องยื่นภาษี) คุณจะต้องเอาเงินได้ในส่วนนั้นมาคำนวณภาษีประจำปีด้วย และไม่ต้องกลัวว่าคุณจะปวดหัวและใช้เวลาไปกับการคำนวณภาษีมากกว่าเดิม เพราะคุณสามารถใช้โปรแกรมจาก iTAX เพื่อคำนวณภาษี และวางแผนภาษี พร้อมหา ตัวช่วยลดหย่อนภาษี ได้เช่นเคย


อ้างอิง

  1. ^

    มาตรา 40(4) ประมวลรัษฎากร)

    ทั้งนี้ เงินได้ประเภทที่ 4 ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เลย

    อย่างไรก็ดี ถ้าคุณมีคู่สมรสที่จะแยกยื่นภาษีเองอยู่แล้ว คุณสามารถเลือกให้คู่สมรสนำเงินได้ประเภทนี้ของคุณไปยื่นเป็นรายได้ของเขาแทนก็ได้ ((ข้อ 2.2 หน้า 2-3 คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภริยา (ฉบับที่ 2), www.rd.go.th

  2. ^

    มาตรา 42(17) ประมวลรัษฎากร, ข้อ 2(38) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)

  3. ^

    ประกาศอธิบดี ฉบับที่ 347 (พ.ศ. 2562)

  4. ^

    พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 301) พ.ศ. 2539)

  5. ^

    มาตรา 42(17) ประมวลรัษฎากร, ข้อ 2(69) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509), ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 137)

  6. ^

    ข้อ 4 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 119/2545

  7. ^

    ข้อ 19 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 119/2545

  8. ^

    มาตรา 40 (4)(ซ),(ฌ) ประมวลรัษฎากร

  9. ^

    มาตรา 50 (2)(ฉ) ประมวลรัษฎากร

  10. ^

    มาตรา 40 (4)(ข) วรรคสอง ประมวลรัษฎากร