กสทช. จับมือ กรมสรรพากร เล็งใช้ Mobile ID ยื่นภาษีแทนบัตร

ทั่วไป

วันที่ 11 มีนาคม 2563 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับ กรมสรรพากร, บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด , บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย

ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกในชื่อ Mobile ID หรือ “แทนบัตร” 

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า

สำนักงาน กสทช. ได้พัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนในรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile ID) ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และปัจจุบันผ่านการทดลองระบบขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว

ที่ผ่านมา กสทช. ได้มีความร่วมมือกับกรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก และ สำนักงานประกันสังคม เพื่อนำระบบ แทนบัตร หรือ “Mobile ID” ไปต่อยอดและพัฒนาเพื่อให้ ระบบ Mobile ID สามารถใช้งานได้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร

ปัจจุบัน กสทช. มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในการทดสอบระบบ Moblie ID และพร้อมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ เพิ่มเติมได้ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี พ.. 2563 โดยเริ่มต้นที่ กรมสรรพากร, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)(CAT), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด 

ในอนาคต กสทช. จะร่วมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อพัฒนามาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยระบบ Digital ID ที่ควรมีการเชื่อมโยงกันระหว่างอุตสาหกรรมการธนาคารและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อไป

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า 

กรมสรรพากรมีความตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้เสียภาษี เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากขึ้น และกรมสรรพากรจะนำระบบ Mobile ID มาใช้ใน การยื่นชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์​ (ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน) 

เพราะกรมสรรพากรมองเห็นว่า ระบบ Mobile ID จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทะเบียน และสามารถช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้ระบบของกรมสรรพากรได้ และในอนาคตกรมสรรพากรจะนำระบบ Mobile ID ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อให้บริการผู้เสียภาษีด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e – Donation) และ ระบบการพิมพ์ใบเสร็จ เป็นต้น

นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวว่า 

การเข้าร่วมโครงการ Mobile ID ระยะทดสอบครั้งนี้ บริษัทฯ และสำนักงาน กสทช. จะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับลูกค้าของเอไอเอส และจะเริ่มต้นทดลองใน sandbox กับธนาคารกรุงเทพ ผ่าน 11 สาขาของ AIS เป็นอันดับแรก และคาดว่าจะสามารถเปิดบริการแก่ประชาชนทั่วไปภายในไตรมาสที่ ของปี

และ AIS ยินดีที่จะพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วย Mobile ID ร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานเอกชนอื่นๆ เพื่อช่วยให้การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชน มีความสะดวก ปลอดภัย และได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างที่ควรจะเป็น 

พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) กล่าวว่า 

ที่ผ่านมา CAT ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Digital Platform ของไทยมาตลอด และการเข้าร่วมโครงการ Mobile ID จะช่วยให้ CAT สามารถต่อยอดพัฒนาการบริการในช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกับการบริการที่จำเป็นต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ เช่น

  • การซื้อ SIM Card
  • บริการย้ายค่ายเบอร์เดิม ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ

นายกึกก้อง รักเผ่าพันธุ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 

ธนาคารกรุงเทพให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความถูกต้องของข้อมูลลูกค้าผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าบุคคล หรือลูกค้าผู้ประกอบการภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งโครงการ Mobile ID นี้ อยู่ภายใต้ความร่วมมือในการพัฒนาระบบร่วมกับสำนักงาน กสทช. ภาครัฐและเอกชนโดยธนาคารกรุงเทพจะมีการพัฒนาบริการร่วมกับพันธมิตรเพิ่มขึ้นทั้งที่สาขาและการให้บริการ online ของธนาคาร” 

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตรกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า 

ปัจจุบันไปรษณีย์ไทย อยู่ในช่วงเร่งพัฒนารูปแบบการให้บริการและนวัตกรรมใหม่ๆ มาเพื่อให้บริการประชาชน การนำระบบ Mobile ID มาใช้ จะช่วยให้การยืนยันตัวตนของลูกค้าและข้อมูลเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถือถูกต้องแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับการให้บริการได้อีกทางหนึ่ง และไปรษณีย์ไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทางธุรกิจทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาบริการแก่ประชาชนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ระบบ Mobile ID คืออะไร? 

ระบบ Mobile ID คือ ระบบเกิดจากการสร้างรหัส QR Code ที่ประกอบไปด้วย 

  • ชื่อ – นามสกุล
  • เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • รหัสใบหน้า 

ซึ่งการทำธุรกรรมในแต่ละครั้ง จะใช้ข้อมูลใน QR Code เปรียบเทียบกับข้อมูลภาพใบหน้าจริง เพื่อยืนยันว่า บุคคลที่จะทำธุรกรรมนั้นมีข้อมูลตรงกัน และเป็นตัวคุณเองจริงๆ และช่วยลดปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาด และการแอบอ้างตัวตนเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ ได้

ระบบ Mobile ID ดีกับผู้เสียภาษียังไง?

ระบบ Mobile ID จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ในแง่ที่คุณไม่ต้องเสียเวลานั่งจำรหัสผ่านเข้าระบบยื่นภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากร เพราะคุณสามารถใช้ระบบ Moblie ID ในการล็อคอินเพื่อเข้าสู่ระบบและทำการยื่นภาษีได้เลย ระบบ Mobile ID สามารถใช้ได้สำหรับการยื่นภาษีออนไลน์ทุกช่องทาง​ ไม่ว่าจะยื่นผ่านเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชันของกรมสรรพากร นั่นหมายความว่า ระบบ Mobile ID จะช่วยให้คุณสามารถยื่นภาษีได้เร็วและข้อมูลส่วนตัวของคุณปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา 

ทั้งนี้  การยื่นภาษีด้วยระบบ Mobile ID นั้น ยังอยู่ในช่วงการทดลอง และยังไม่มีการเปิดให้บริการจริงแต่อย่างใด และหากระบบ Mobile ID พร้อมที่จะให้บริการเมื่อไหร่ ทาง iTAX จะรีบแจ้งให้ผู้เสียภาษีทราบทันที