ยกเว้นภาษี Capital Gain Tax 0% ให้ สตาร์ทอัพ

ประกาศกฎหมายภาษี

ยกเว้นภาษี Capital Gain Tax 0% ให้ สตาร์ทอัพ สำหรับการลงทุนในสตาร์ทอัพไทย เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับสตาร์ทอัพ และ Tech companies ของไทย ให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ยกเว้นภาษี Capital Gain Tax 0% ให้สตาร์ทอัพประกาศใช้เป็นกฎหมายมีผลตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2565

พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรษัฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 750) พ.ศ. 2565 ประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2565 ซึ่งมีสาระสำคัญคือยกเว้นภาษี Capital Gain Tax ของ สตาร์ทอัพ สำหรับผู้ที่ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพไทย โดยได้กำหนดรายละเอียด ดังนี้

คุณสมบัติของ Startup

  1. ธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีและต้องประกอบอุดสาหกรรมเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนด และ
  2. การใช้เทคโนโลยีต้องทำให้เกิดรายได้ไม่น้อยกว่า 80% ของรายได้ทั้งหมดในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน (2 รอบระยะเวลาบัญชี) และ
  3. เป็นธุรกิจที่ได้รับการรับรองโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) หรือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

เกณฑ์เบื้องต้นที่จะได้รับการรับรองให้เป็น Startup โดย depa, NIA และ สวทช.

ธุรกิจ Startup นั้นต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

  • ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตหรือให้บริการในธุรกิจหลัก หรือ
  • ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษี captial gains tax

  • บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ทรัสต์ กิจการร่วมลงทุน ที่มีการถือครองหุ้นหรือหน่วยทรัสต์ ใน Startup ที่ได้รับการรับรองไม่น้อยกว่า 24 เดือน

ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน

ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน หมายถึง ทรัสต์ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

เหตุผลในการออกกฎหมายยกเว้นภาษี capital gains tax สำหรับการลงทุนธุรกิจ Startup

พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ระบุสาเหตุของการยกเว้นภาษีให้เนื่องจาก รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการลงทุนในบริษัทเป้าหมายที่พัฒนาหรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายตามที่คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายกำหนด อันจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมเพิ่มขึ้น และทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลจึงเห็นสมควรให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ลงทุนในบริษัทเป้าหมาย รวมทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน หรือเป็นผู้ถือหน่วยทรัสต์ในกิจการเงินร่วมลงทุนซึ่งลงทุนในบริษัทเป้าหมายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

iTAX คำนวณและวางแผนภาษี
(100K+)