เชื่อมั้ย? คนไทยเสียภาษีแพงกว่าคนอเมริกัน

ภาษี

5,715 VIEWS

เราอาจจะพอเดาได้ว่าประเทศไทยค่าครองชีพถูกกว่าอเมริกาแทบทุกด้าน ทั้งค่าอาหาร ค่าเช่า ค่าเดินทาง (ยกเว้นรถยนต์และสินค้าแบรนเนมที่แพงกว่าอย่างน่าใจหาย)

ที่อเมริกาค่าครองชีพสูงกว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะจากการสำรวจในปี 2016 พบว่าคนอเมริกันมีรายได้เฉลี่ยต่อปี 1,861,980.87 บาท แต่เมื่อภาพตัดมาที่คนไทย เรามีรายได้เฉลี่ยต่อปี 184,724.22 บาท แปลเป็นไทย คือ คนไทยรายได้น้อยกว่าคนอเมริกัน 10 เท่า!

แล้วเรื่องภาษีล่ะ? คนไทยรายได้น้อยกว่าขนาดนี้น่าจะเสียภาษีถูกกว่าที่อเมริกาแน่ๆ เราอาจจะเคยได้ยินว่าประเทศสหรัฐเก็บ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Federal Income Tax) ในอัตราสูงสุด 37% ในขณะที่ประเทศไทยเก็บภาษีสูงสุดในอัตรา 35% ฟังดูเผินๆ เหมือนประเทศไทยเก็บภาษีต่ำกว่า แต่เมื่อคำนวณภาษีแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะอะไร? เดี๋ยวเรามาวิเคราะห์กัน

ปล. บทความนี้ไม่ได้นำภาษีประกันสังคม ภาษีที่ดิน ภาษีการขาย และ ภาษีท้องถิ่นอื่นๆ มารวมคำนวณด้วย

เปรียบเทียบผู้เสียภาษีไทยกับอเมริกัน

ประชากรอเมริกัน 325.7 ล้านคน มีคนยื่นภาษี 141,204,625 คน (คนอเมริกันยื่นภาษี 43.35%) และเก็บภาษีเงินได้จากคนอเมริกันได้ 47.6 ล้านล้านบาท เฉลี่ยคนอเมริกันที่ยื่นภาษีจะเสียภาษีกันคนละ 337,099.44 บาท

ส่วนบ้านเรานั้น ประชากรไทย 68.86 ล้านคน มีคนยื่นภาษี 11 ล้านคน (คนไทยยื่นภาษี 16.18%) บ้านเราเก็บภาษีเงินได้จากคนไทยได้ 0.3 ล้านล้านบาท เฉลี่ยคนไทยที่ยื่นภาษีจะเสียภาษีกันคนละ 29,002.82 บาท

อเมริกาไทย
ประชากร325.7 ล้านคน68.86 ล้านคน
ผู้เสียภาษี141 ล้านคน11 ล้านคน
เงินภาษีที่เก็บได้47.6 ล้านล้านบาท0.3 ล้านล้านบาท
เฉลี่ยค่าภาษีที่เก็บได้ต่อคน337,099.44 บาท29,002.82 บาท

โดยปกติแล้ว ประชากรผู้เสียภาษีส่วนใหญ่มักจะอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีสัดส่วนประชากรวัยทำงานมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ประเทศ และไม่ใช่คนที่ยื่นภาษีทุกคนจะต้องเสียภาษีให้รัฐ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ

ประเทศอเมริกามีจำนวนประชากรประมาณ 4 เท่าของไทย แต่จำนวนผู้เสียภาษีของเขากลับมีมากกว่าเราถึง 14 เท่า แถมสัดส่วนผู้เสียภาษีก็มากกว่าเราเกือบ 3 เท่าด้วย นั่นหมายความว่า

ต่อให้คน 2 ประเทศนี้มีจำนวนเท่ากัน ประชากรเกือบครึ่งของเขาจะยื่นภาษี แต่บ้านเราทุกๆ 6 คนยังมีคนยื่นภาษีไม่ถึง 1 คนด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ ค่าภาษีที่เก็บได้จากบุคคลธรรมดาของ 2 ประเทศนี้ก็ต่างกันถึง 150 เท่า! และโดยเฉลี่ยคนอเมริกันคนเดียวจะเสียภาษีเหมือนคนไทยช่วยกันลงแขกจ่ายภาษีกัน 11 คน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนอเมริกันมีรายได้สูงกว่าคนไทย 10 เท่าด้วย แล้วปัจจัยอื่นล่ะ เป็นเพราะอเมริกาเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าของไทยด้วยใช่มั้ย? เรามาลองคำนวณภาษีกันดู


เปรียบเทียบอัตราภาษีไทยกับอเมริกา

  • อัตราภาษีไทย

เงินได้สุทธิอัตราภาษี
฿0 – ฿150,000ยกเว้น (ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 470) พ.ศ. 2551)
>฿150,000 – ฿300,0005%
>฿300,000 – ฿500,00010%
>฿500,000 – ฿750,00015%
>฿750,000 – ฿1,000,00020%
>฿1,000,000 – ฿2,000,00025%
>฿2,000,000 – ฿5,000,00030%
>฿5,000,00035%
  • อัตราภาษีอเมริกา (แปลงค่าเงินดอลล่าร์เป็นบาทแล้ว)

เงินได้สุทธิอัตราภาษี
฿0 – ฿311,75310%
>฿311,753 – ฿1,266,65112%
>฿1,266,651 – ฿2,700,22622%
>฿2,700,226 – ฿5,154,97724%
>฿5,154,977 – ฿6,546,00232%
>฿6,546,002 – ฿16,365,00535%
>฿16,365,00537%

จากตารางอัตราภาษีของทั้งสองประเทศนี้จะสังเกตเห็นได้ว่า หากคนไทยมีเงินได้สุทธิหลักล้านจะเสียภาษีในอัตรา 20% ขึ้นไปทันที ในขณะที่คนอเมริกันเมื่อมีรายได้หลักล้านจะเริ่มเสียภาษีในอัตรา 12% เท่านั้น

และหากคนไทยมีเงินได้สุทธิไม่เกิน 5 ล้านจะเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 30% ในขณะที่คนอเมริกันที่มีรายได้เท่ากันจะเริ่มเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 24% เท่านั้น ซึ่งส่วนต่างของอัตราภาษีลักษณะนี้ทำให้เมื่อคำนวณภาษีจริงๆ ค่าภาษีจึงแตกต่างจากที่คนทั่วไปเข้าใจพอสมควร


เปรียบเทียบภาษีเงินได้คนไทยกับอเมริกัน

ถ้าคนอเมริกันกับคนไทยทำงานประจำเหมือนกัน มีรายได้เท่ากัน และไม่มี ค่าลดหย่อนพิเศษ ใดๆ เลยนอกจากสิทธิพื้นฐานตามกฎหมายของแต่ละประเทศ เมื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ใครเสียภาษีแพงกว่า เราได้ผลลัพธ์คร่าวๆ ดังนี้ (แปลงค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐเป็นบาทแล้ว)

รายได้ทั้งปีค่าภาษีที่อเมริกาค่าภาษีที่ไทย
310,000 บาท-฿14,640 (ได้เงินคืนภาษี)฿0
439,800.87 บาท฿0฿6,490
500,000 บาท฿10,743฿11,500
1,000,000 บาท฿66,586฿83,000
2,000,000 บาท฿220,815฿325,000
5,000,000 บาท฿918,868฿1,217,000
10,000,000 บาท฿2,566,879฿2,959,000
20,000,000 บาท฿6,131,762฿6,459,000
30,000,000 บาท฿9,831,746฿9,959,000
36,360,000 บาท฿12,185,000฿12,185,000
40,000,000 บาท฿13,531,762฿13,459,000

จากตารางนี้พอสรุปให้เห็นได้ว่า

หากคนอเมริกันกับคนไทยมีรายได้เท่ากัน คนอเมริกันที่เป็นชนชั้นกลางลงไปจะเสียภาษีถูกกว่าคนไทยที่เป็นคนชั้นกลางเหมือนกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยในอเมริกาจะได้เงินคืนภาษีจากรัฐบาลสหรัฐเลย ในขณะที่คนไทยจะเพียงอยู่ในเกณฑ์ไม่ต้องเสียภาษีเท่านั้น

และเมื่อ รายได้เริ่มถึงเกณฑ์เกณฑ์ต้องเสียภาษี คนไทยจะเสียภาษีแพงกว่าต่อไปในทุกช่วงรายได้จนกระทั่งรายได้ขึ้นหลักสิบล้านก็ยังเสียภาษีแพงกว่าอยู่ดี

แต่เมื่อรายได้ต่อปีอยู่ที่ 36 ล้านบาท (หรือเงินเดือนประมาณ 3 ล้านบาท) ทั้งคนไทยและคนอเมริกันจะเสียภาษีเท่ากัน จนเมื่อเลยจุดนี้ไปแล้วคนอเมริกันจึงจะเริ่มเสียภาษีแพงกว่าคนไทย


สรุป แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง?

ปัจจุบันคนไทยอยู่ในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในสัดส่วนที่น้อย จึงทำให้คนที่อยู่ในระบบต้องแบกรับภาระภาษีส่วนนี้แทนคนไทยที่อยู่นอกระบบ ส่งผลให้อัตราภาษีอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพบ้านเรา ดังนั้น หากคนไทยที่มีหน้าที่เสียภาษีพร้อมใจกันเข้ามาอยู่ในระบบได้มากขึ้น ก็จะช่วยให้รัฐเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลให้รัฐสามารถออกนโยบายลดภาษีเพื่อแบ่งเบาภาระภาษีที่ผู้เสียภาษีในระบบทุกวันนี้แบกรับแทนเพื่อนๆ ที่ยังอยู่นอกระบบลงได้ด้วยเช่นกัน

หลายคนอาจจะรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่เสียภาษี แต่ไม่อยากเข้าระบบเพราะเห็นว่ารัฐนำเงินภาษีไปใช้แต่ละอย่างไม่เหมาะสมเลย เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่ผู้เสียภาษีอย่างเราควรทำไม่ใช่การโยนให้ภาระหน้าที่เสียภาษีส่วนนี้ไปกองอยู่กับคนที่อยู่ในระบบให้เสียภาษีแทนเราต่อไป แต่สิ่งที่เราควรทำ คือ เสียภาษีให้ถูกต้องเพื่อแบ่งเบาภาระผู้เสียภาษีด้วยกันและเป็นแบบอย่างให้เจ้าหน้าที่รัฐได้เห็น

ส่วนคนที่อยากทำหน้าที่เสียภาษีให้ถูกต้องแต่ยังทำไม่เป็น เราพัฒนา iTAX เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถเริ่มต้นจัดการภาษีได้ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด และประหยัดที่สุดให้คุณแล้ว เมื่อเราทุกคนร่วมมือกันในฐานะผู้เสียภาษี เราจะได้อ้างสิทธิความเป็นเจ้าของเงินภาษีที่เขานำไปใช้ได้อย่างสง่าผ่าเผย สุดท้ายยังไงประเทศนี้ก็เป็นบ้านของเราทุกคน

error: Content is protected !!