Contents

ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือ ทุพพลภาพ

1,372 views

โดย ผศ. ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร

ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ ใช้เป็นค่าลดหย่อนแบบเหมาได้ คนละ ฿60,000 ต่อปี สำหรับคนที่ดูแลผู้พิการหรือทุพพลภาพ1

ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

คนที่เลี้ยงดูแลคู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่ที่พิการหรือทุพพลภาพ สามารถนำคู่สมรส ลูก และพ่อแม่ไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้แบบเหมาคนละ ฿60,000 ต่อปี แต่ถ้าผู้พิการหรือทุพพลภาพที่คุณดูแลอยู่นั้นไม่ใช่คู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่ คุณจะใช้สิทธิหักลดหย่อนแบบเหมา ฿60,000 ต่อปี ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจาก ค่าลดหย่อนคู่สมรส, ค่าลดหย่อนบุตร และ ค่าลดหย่อนบิดามารดา ถ้าดูแลคู่สมรสซึ่งไม่มีรายได้เลยและมีความพิการด้วย คุณจะสามารถหักลดหย่อนคู่สมรสได้ ฿60,000 และยังหักลดหย่อนผู้พิการได้อีก ฿60,000 รวมเป็นเงินค่าลดหย่อนทั้งสิ้น ฿120,000

เงื่อนไขการรับสิทธิ

กรณีเป็นผู้พิการ

คุณเองก็สามารถนำผู้พิการมาหักลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้

  • ผู้พิการที่คุณดูแลอยู่มีบัตรประจำตัวคนพิการและระบุชื่อคุณเป็นผู้ดูแล
  • มีคุณคนเดียวที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนดูแลผู้พิการ
  • ผู้พิการมีรายได้ทั้ง ปีภาษี ไม่เกิน ฿30,000 (฿30,000 พอดียังไม่ผิดเงื่อนไข)
  • อย่างน้อยต้องมีผู้พิการหรือตัวเราคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น

กรณีทุพพลภาพ

คุณเองก็สามารถนำผู้ทุพพลภาพมาหักลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้

  • มีคุณคนเดียวที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนดูแลผู้ทุพพลภาพ
  • ผู้ทุพพลภาพมีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน ฿30,000 (฿30,000 พอดียังไม่ผิดเงื่อนไข)
  • อย่างน้อยต้องมีผู้ทุพพลภาพหรือตัวเราคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น

หลักฐานที่ต้องใช้

กรณีเป็นผู้พิการ

  • หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (ล.ย.04) และ
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการโดยต้องสำเนาส่วนที่แสดงว่าคุณเป็นผู้ดูแลคนพิการ

กรณีทุพพลภาพ

  • หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (ล.ย.04)
  • หนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ (ล.ย.04-1) และ
  • ใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการทุพพลภาพ

อ้างอิง

  1. ^

    มาตรา 47(1)(ฎ) ประมวลรัษฎากร