ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ

โดย ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร

ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ ใช้เป็นค่าลดหย่อนแบบเหมาได้ คนละ ฿60,000 ต่อปี สำหรับคนที่ดูแลผู้พิการหรือทุพพลภาพ*1

ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

Edit

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

คนที่เลี้ยงดูแลคู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่ที่พิการหรือทุพพลภาพ สามารถนำคู่สมรส ลูก และพ่อแม่ไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้แบบเหมาคนละ ฿60,000 ต่อปี แต่ถ้าผู้พิการหรือทุพพลภาพที่คุณดูแลอยู่นั้นไม่ใช่คู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่ คุณจะใช้สิทธิหักลดหย่อนแบบเหมา ฿60,000 ต่อปี ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าลดหย่อนคู่สมรส, ค่าลดหย่อนบุตร และค่าลดหย่อนบิดามารดา ถ้าดูแลคู่สมรสซึ่งไม่มีรายได้เลยและมีความพิการด้วย คุณจะสามารถหักลดหย่อนคู่สมรสได้ ฿60,000 และยังหักลดหย่อนผู้พิการได้อีก ฿60,000 รวมเป็นเงินค่าลดหย่อนทั้งสิ้น ฿120,000


Edit

เงื่อนไขการรับสิทธิ

Edit

กรณีเป็นผู้พิการ

คุณเองก็สามารถนำผู้พิการมาหักลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้
  1. ผู้พิการที่คุณดูแลอยู่มีบัตรประจำตัวคนพิการและระบุชื่อคุณเป็นผู้ดูแล
  2. มีคุณคนเดียวที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนดูแลผู้พิการ
  3. ผู้พิการมีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน ฿30,000 (฿30,000 พอดียังไม่ผิดเงื่อนไข)
  4. อย่างน้อยต้องมีผู้พิการหรือตัวเราคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น
Edit

กรณีทุพพลภาพ

คุณเองก็สามารถนำผู้ทุพพลภาพมาหักลดหย่อนได้ ถ้าเข้าครบเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้
  1. มีคุณคนเดียวที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนดูแลผู้ทุพพลภาพ
  2. ผู้ทุพพลภาพมีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน ฿30,000 (฿30,000 พอดียังไม่ผิดเงื่อนไข)
  3. อย่างน้อยต้องมีผู้ทุพพลภาพหรือตัวเราคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น

Edit

หลักฐานที่ต้องใช้

Edit

กรณีเป็นผู้พิการ

  • หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (ล.ย.04) และ
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการโดยต้องสำเนาส่วนที่แสดงว่าคุณเป็นผู้ดูแลคนพิการ
Edit

กรณีทุพพลภาพ

  • หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (ล.ย.04)
  • หนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ (ล.ย.04-1) และ
  • ใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการทุพพลภาพ

อ้างอิง

  • *1 :

    มาตรา 47(1)(ฎ) ประมวลรัษฎากร


Img loading