การขอเงินคืนภาษี

การขอเงินคืนภาษี เป็นสิทธิที่ผู้เสียภาษีสามารถทำได้หากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายระหว่างปีไปมากกว่าค่าภาษีที่ตัวเองมีหน้าที่ต้องจ่ายจริงเมื่อคำนวณภาษีเรียบร้อยแล้ว


Edit

วิธีการขอเงินคืนภาษี

ในกรณีที่คำนวณภาษีแล้วพบว่ามีสิทธิได้เงินคืนภาษี ผู้เสียภาษีต้องยื่นภาษีเพื่อขอเงินคืนภาษี

Edit

ช่วงเวลาการขอคืนภาษี

Edit
การขอคืนภาษีหลังหมดเวลายื่นภาษี

ในกรณีที่จ่ายภาษีไว้เกินกว่าที่ตัวเองมีหน้าที่ แล้วมานึกได้ทีหลังก็ยังสามารถขอเงินภาษีที่จ่ายเกินนั้นได้โดยการยื่นภาษี (หรือยื่นภาษีเพิ่มเติมย้อนหลัง) แต่ต้องรีบขอคืนภายใน 3 ปีนับจากวันสุดท้ายที่ครบกำหนดยื่นภาษี *1

Edit
กำหนดเวลาที่กรมสรรพากรต้องคืนเงินภาษีให้ผู้เสียภาษี

กรมสรรพากรมีหน้าที่ต้องคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นแบบฯ หรือวันที่ยื่นเอกสารประกอบการขอเงินคืนภาษีเพิ่มเติม*2

Edit
กรณีกรมสรรพากรคืนภาษีให้ล่าช้า

หากกรมสรรพากรคืนภาษีล่าช้า คุณมีสิทธิได้รับเงินคืนภาษีพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อเดือนจนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงิน โดยเริ่มคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป*3


Edit

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการขอเงินคืนภาษี

โดยปกติแล้วหากไม่มีข้อสงสัยใดๆ กรมสรรพากรจะอนุมัติเงินคืนภาษีให้ทันที แต่หากมีเหตุสงสัยบางประการ เจ้าหน้าที่อาจขอให้คุณส่งหลักฐานประกอบด้วย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเด็นที่เจ้าหน้าที่สงสัย เช่น หลักฐานการบริจาคเงิน เป็นต้น


Edit

ช่องทางการรับเงินคืนภาษี

เมื่อยื่นภาษีแล้วและกรมสรรพากรอนุมัติเงินคืนภาษี คุณสามารถเลือกรับเงินคืนภาษีได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
  1. พร้อมเพย์
  2. รับเงินคืนภาษีที่ธนาคาร

หมายเหตุ: กรมสรรพากรได้ยกเลิกวิธีการออกเช็คคืนเงินภาษีแล้ว เริ่มตั้งแต่การยื่นภาษีประจำปีภาษี 2561 เป็นต้นไป


Edit

ตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษี

คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/27942.0.html โดยกรอกชื่อ (ไม่ต้องระบุคำนำหน้าชื่อ), นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน อนึ่ง ทุกครั้งที่กลับไปตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษี คุณจำเป็นต้องกรอกข้อมูลทั้ง 3 ชุดใหม่ทุกครั้ง

อย่างไรก็ดี คุณสามารถตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษีผ่านแอป iTAX Pro ได้อีกช่องทางหนึ่ง โดยระบบจะแจ้งเตือน Notification ผ่านแอปเพื่อแจ้งผู้เสียภาษีทันทีที่สถานะเงินคืนภาษีมีการเปลี่ยนแปลงให้อัตโนมัติ


อ้างอิง

  • *1 :

    มาตรา 27 ตรี ประมวลรัษฎากร

  • *2 :

    ข้อ 1 กฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526)

  • *3 :

    มาตรา 4 ทศ ประมวลรัษฎากร,กฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526)


Img loading