กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

โดย ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษีอากร

เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ใช้เป็น ค่าลดหย่อน ได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15% ของ "เงินได้ที่ต้องเสียภาษี"*1(ไม่ว่าจะเอามารวมยื่นภาษีด้วยหรือไม่) และไม่เกิน ฿500,000 สำหรับคนที่ซื้อกองทุน RMF *2

กำไรจากการขายกองทุน RMF จะได้รับยกเว้นภาษีด้วย*3

 

ทั้งเงินค่าซื้อกองทุน RMF และกำไรจากการขายกองทุน RMF เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


Edit

เงื่อนไขการได้รับสิทธิ

การซื้อกองทุน RMF เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี คุณจะต้องทำตามเงื่อนไขทั้งหมดต่อไปนี้ *4*5

  1. ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี
  2. ในปีที่ซื้อจะต้องซื้อกองทุน RMF กองเดียวหรือหลายกองก็ได้ (จะซื้อกองเดิมเหมือนปีก่อนๆ หรือซื้อต่างกองก็ได้) แต่ต้องเป็นเงินขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปี หรือ ฿5,000 ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดจะน้อยกว่ากัน
  3. ถือหน่วยลงทุนไว้อย่างน้อย 5 ปี และไม่ขายจนกว่าตัวเองจะอายุครบ 55 ปี, เสียชีวิต หรือทุพพลภาพก่อน

อนึ่ง หากทำผิดเงื่อนไข เช่น ขายก่อนอายุครบ 55 ปี และขายก่อนถือครบ 5 ปี จะต้องคืนสิทธิ์ยกเว้นภาษีที่เคยใช้ลดหย่อน RMF ตั้งแต่ตอนซื้อครั้งแรกพร้อม เงินเพิ่ม และเสียภาษีกำไรที่ได้รับจากการขาย RMF นั้นด้วย

อนึ่ง ในปีที่ไม่มีเงินได้ คุณจะไม่ซื้อ RMF ก็ได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด เพราะเมื่อคำนวณเกณฑ์ขั้นต่ำ 3% ของเงินได้แล้วก็เท่ากับ ฿0 อยู่ดี

Edit

วิธีนับระยะเวลา

การนับระยะเวลา 5 ปีของ RMF จะเป็นการนับระยะเวลาแบบวันชนวัน ปีชนปี เช่น ถ้าซื้อ RMF เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 วันที่ครบ 5 ปีคือวันที่ 1 ก.พ. 2561 และจะขายโดยไม่ผิดเงื่อนไข 5 ปีได้ในวันรุ่งขึ้น คือ 2 ก.พ. 2561 ตัวอย่างเช่น

ถ้าคุณซื้อ RMF ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 และลงทุนต่อเนื่องมาทุกปี โดยคุณจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 15 ม.ค. 2561 ในกรณีนี้ คุณจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดได้ถูกต้องตามเงื่อนไขได้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป (พ้นกำหนด 55 ปีบริบูรณ์ และถือครบ 5 ปี)

ถ้าคุณซื้อ RMF ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 และลงทุนต่อเนื่องมาทุกปี โดยคุณจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 13 ก.พ. 2561 ในกรณีนี้ คุณจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดได้ถูกต้องตามเงื่อนไขได้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป (พ้นกำหนดถือครบ 5 ปี และ 55 ปีบริบูรณ์)

Edit

เริ่มนับระยะเวลาเมื่อซื้อ RMF ครั้งแรก

การนับระยะเวลาของ RMF จะเริ่มตั้งแต่วันที่เริ่มซื้อหน่วยลงทุนวันแรกครบเป็นสำคัญ ดังนั้น แม้ว่าจะซื้อ RMF เพิ่มเติมหลังจากนั้น ก็ไม่มีผลให้กองทุน RMF ที่ซื้อมาทีหลังมีปัญหาแต่อย่างใด เช่น ซื้อ RMF กองแรกเมื่อปี 2556 แล้วซื้อต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่ 2557 2558 2559 2560 และ 2561 เมื่อพ้นกำหนดแล้วคุณสามารถขาย RMF ทุกกองที่ซื้อมาตั้งแต่ 2556-2561 ได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีจากกำไร เพราะกฎหมายมองว่า RMF ทั้งชุดนี้ถือต่อเนื่องมาครบ 5 ปีแล้ว


Edit

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

Edit

ค่าลดหย่อน

คนที่ซื้อกองทุน RMF สามารถนำเงินนั้นไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดเพดานให้หักลดหย่อนได้ไม่เกินจำนวนที่น้อยกว่าระหว่าง 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปี หรือ ฿500,000 ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดน้อยกว่าก็ให้หักลดหย่อนตามนั้น

แต่ค่าลดหย่อนที่ได้รับสิทธิจากการซื้อกองทุน RMF นี้เมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข. หรือ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน แล้วจะต้องไม่เกิน ฿500,000 ด้วย

เช่น ถ้ามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน ฿1,000,000 แล้วซื้อกองทุน RMF ไป ฿200,000 จะหักได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน ฿150,000 เท่านั้น (15% x ฿1,000,000)

แต่ถ้ามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน ฿4,000,000 และจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วปีละ ฿400,000 แล้วซื้อกองทุน RMF ไป ฿200,000

แม้ว่าจะซื้อกองทุน RMF ไว้ไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี แต่เนื่องจากคุณจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้วถึง ฿400,000 ทำให้คุณมีสิทธิหักลดหย่อนค่าซื้อกองทุน RMF ตามจริงได้อีกไม่เกิน ฿100,000 เท่านั้น เพราะติดเพดานหักลดหย่อนสูงสุด ฿500,000 ไปแล้ว

แต่ถ้ามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน ฿1,000,000 และเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีอีก ฿500,000 แล้วซื้อกองทุน RMF ไป ฿200,000 ก็ยังคงหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน ฿150,000 อยู่ดี เพราะกฎหมายให้ใช้เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเท่านั้นเป็นฐานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์ (15% x ฿1,000,000)

เงินได้ที่ต้องเสียภาษีนี้ กรมสรรพากร เปิดโอกาสให้รวมทั้งที่ยื่นเสียภาษีตามปกติและเลือกไม่ยื่นภาษีด้วย เช่น มีรายได้จากเงินเดือน ฿1,000,000 และเงินได้จากดอกเบี้ย ฿1,000,000 (ที่ปล่อยให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว) กรณีนี้ เงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือ ฿2,000,000 (เงินเดือนที่ต้องยื่นภาษีตามปกติ ฿1,000,000 + ดอกเบี้ยที่เลือกไม่ยื่นภาษีก็ได้ ฿1,000,000) ซึ่งจะใช้เป็นฐานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์ต่อไป*6

Edit

กำไรได้รับยกเว้นภาษี

กำไรจากการขายกองทุน RMF ที่ถือไว้จนครบเงื่อนไขจะได้รับยกเว้นภาษี

แต่ถ้าทำผิดเงื่อนไข เช่น ขายก่อนจะถืออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และขายก่อนถือครบ 5 ปี กำไรจากการขายกองทุน RMF จะต้องเอาไปเสียภาษีด้วยในฐานะ เงินได้ประเภทที่ 8 *7

อย่างไรก็ดี ถ้าถือกองทุน RMF จนครบ 5 ปีแล้ว แม้จะขายก่อนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ กำไรจากการขายกองทุน RMF ดังกล่าวก็ยังได้รับยกเว้นภาษีอยู่ แต่ยังคงต้องคืนสิทธิ์ยกเว้นภาษีที่เคยใช้ลดหย่อน RMF ตั้งแต่ตอนซื้อครั้งแรกพร้อมเงินเพิ่ม

อนึ่ง การนับปีของกองทุน RMF จะนับครบปีเมื่อครบวันที่ซื้อจริงในปีถัดไป ไม่ได้ใช้การนับปีแบบปีปฏิทินเหมือนกองทุน LTF แต่อย่างใด


Edit

เรื่องที่มักเข้าใจผิดบ่อย

  • หลายคนเข้าใจผิดว่าการคำนวณเพดานสิทธิ์ลดหย่อนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ RMF เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี เช่น ถ้ามีเงินได้ ฿1,000,000 และเพดานสิทธิ์ 15% ของเงินได้แปลว่า สิทธิลดหย่อนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ RMF รวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน ฿150,000 ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะที่ถูกต้องคือกฎหมายให้คำนวณเพียงว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและ RMF แต่ละรายการต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และทั้ง 2 รายการรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ฿500,000 ไม่ใช่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแบบที่เข้าใจผิดกันแต่อย่างใด
  • โฆษณาขายกองทุน LTF/RMF มักจะบอกว่าคุณสามารถนำค่าซื้อกองทุน LTF/RMF ไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นไปได้ แต่คุณจะสามารถหักลดหย่อนค่าซื้อกองทุน LTF/RMF ได้จริงสูงถึง 1,000,000 บาทก็ต่อเมื่อคุณมีรายได้ตลอดทั้งปีอย่างน้อยประมาณ 3,333,333 บาท หรือตกเดือนละประมาณ 277,777 บาท
  • นอกจากนี้ โฆษณาขายกองทุน LTF/RMF มักจะบอกว่าค่าซื้อกองทุน LTF/RMF สามารถช่วยให้คุณได้เงินคืนภาษีสูงสุด 350,000 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นไปได้อีกเช่นกัน แต่คุณจะได้เงินคืนภาษีจากค่าซื้อกองทุน LTF/RMF ได้จริงสูงถึง 350,000 บาทก็ต่อเมื่อคุณมีรายได้ตลอดทั้งปีมากกว่า 5,000,000 บาท หรือตกเดือนละประมาณ 416,666 บาท
  • หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าซื้อ RMF แล้วถือไว้โดยไม่ใช่สิทธิ์ลดหย่อนเลย ตอนขายก็ไม่น่าจะมีผลทางภาษีอะไร ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะแม้คุณจะไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเลย แต่ตอนขายหากมีกำไรก็ต้องเสียภาษีจากกำไรอยู่ดี ดังนั้น หากเลี่ยงไปซื้อกองทุนรวมทั่วไปเลยจะเหมาะสมกว่าเพราะไม่ต้องเสียภาษีจากกำไรเมื่อขายอย่างแน่นอน

Edit

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


ให้ iTAX Pro วางแผนภาษีด้วย RMF เพื่อเงินคืนภาษีสูงสุด!


   

นอกจาก บริการคำนวณภาษีและวางแผนภาษี กับ iTAX application คุณยังสามารถค้นหากองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ที่ iTAX Market เรามีครบทั้ง RMF, LTF, และกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี ที่จะช่วยให้คุณสามารถค้นหารูปแบบการลงทุนที่คุณต้องการ พร้อมที่ปรึกษากองทุนมืออาชีพที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น อยากรู้ว่า ที่ปรึกษากองทุนจาก iTAX Market มืออาชีพกว่ายังไง คลิกเลย!!


อ้างอิง

  • *1 :

    ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 259) พ.ศ. 2558

  • *2 :

    ข้อ 2(55) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)

  • *3 :

    ข้อ 2(56) และ (65) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)

  • *4 :

    ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 170 และ 171)

  • *5 :

    ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 258 และ 259) พ.ศ. 2558

  • *6 :

    คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และ การซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF),11 ม.ค. 2559

  • *7 :

    ข้อ 2(55) กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)


Img loading