อุทธรณ์สิทธิบัตรคนจน 2569 กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ

อุทธรณ์สิทธิบัตรคนจน 2569 กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ รอบใหม่ 17 ก.ค. 2569 ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน บัตรประชารัฐ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางเว็บไซต์ ตรวจสอบสถานะ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 https://welfare.mof.go.th หรือแอปทางรัฐ สรุปทุกอย่างที่ผู้ลงทะเบียนต้องรู้ ทั้งวิธีเช็คสิทธิ ขั้นตอนหลังผ่านเกณฑ์ วิธียื่นอุทธรณ์กรณีไม่ผ่าน และวงเงินสวัสดิการที่จะได้รับ
อุทธรณ์สิทธิบัตรคนจน 2569 กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน
หากตรวจสอบแล้วพบว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” และต้องการให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่ สามารถ ยื่นขออุทธรณ์ผลได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ welfare.mof.go.th — กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” ได้ทันที
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือแอปพลิเคชันทางรัฐ — กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” ในระบบ
- สาขาธนาคารหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง — แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ให้ยื่นอุทธรณ์ให้
ผ่านเกณฑ์รอบอุทธรณ์แล้วทำอย่างไร
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในรอบอุทธรณ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อนไม่ต้องยืนยันตัวตนซ้ำ ส่วนผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ที่ธนาคาร 5 แห่งหรือแอปฯ เป๋าตังก่อน หากยืนยันตัวตนล่าช้ากว่า 1 ตุลาคม 2569 จะได้รับสิทธิเมื่อยืนยันตัวตนแล้ว
เกณฑ์คุณสมบัติปี 2569 (เผื่อเช็คก่อนอุทธรณ์)
ก่อนตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ ลองตรวจสอบตัวเองกับเกณฑ์หลักอีกครั้ง
- สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันปิดรับลงทะเบียน
- รายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี และมีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
- ทรัพย์สินทางการเงิน (เงินฝาก + สลากออมทรัพย์) รวมไม่เกิน 100,000 บาท
- วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามฐานข้อมูลเครดิตบูโร
- ไม่มีบัตรเครดิต (บัตรกดเงินสดและบัตรเกษตรสุขใจ ธ.ก.ส. ไม่นับเป็นบัตรเครดิต)
- ห้องชุดพื้นที่รวมไม่เกิน 35 ตร.ม. / ที่ดินที่อยู่อาศัยไม่เกิน 25 ตร.ว. / ที่ดินรวมไม่เกิน 1 ไร่ (ผู้ไม่เป็นเกษตรกร) หรือไม่เกิน 10 ไร่ (เกษตรกร)
- ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้นรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
- ไม่เป็นบุคคลต้องห้าม เช่น ข้าราชการ นักเรียน/นักศึกษา ภิกษุ ผู้ต้องขัง ผู้ถือหุ้น/กรรมการบริษัท ผู้มีบัญชีหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตสามัญตั้งแต่ 12,000 บาท/ปี รวมถึงผู้ที่ถูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดามารดา บุตร หรือคู่สมรสของผู้มีเงินได้
หมายเหตุ: จุดที่ต่างจากรอบปี 2565 ที่สำคัญคือ รอบนี้ ตรวจสอบเป็นรายบุคคล ไม่ใช้เกณฑ์ครัวเรือน และเพิ่มเกณฑ์ใหม่หลายข้อ เช่น เกณฑ์วงเงินสินเชื่อ เกณฑ์กรรมสิทธิ์ในรถ และกลุ่มบุคคลไม่เข้าข่ายที่เพิ่มขึ้น
ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ มอบอำนาจได้
ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่เดินทางไปดำเนินการเองไม่ได้ สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ โดยเตรียมเอกสารดังนี้
- หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ welfare.mof.go.th)
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)
นำบัตรประชาชนตัวจริงของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วย ทั้งนี้ กรณีมอบอำนาจ ผู้ได้รับสิทธิจะต้องไปยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อนใช้สิทธิ
สรุปไทม์ไลน์สำคัญ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) กระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ระหว่างวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 สามารถตรวจสอบผลได้ทันที และหากผ่านเกณฑ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
- เปิดลงทะเบียน 4 – 21 มิถุนายน 2569
- ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ 17 กรกฎาคม 2569
- เริ่มใช้สิทธิ สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รอบแรก 1 สิงหาคม 2569
- ยื่นอุทธรณ์ (กรณีไม่ผ่านเกณฑ์) ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันประกาศผล
- เริ่มใช้สิทธิ (ผู้ผ่านเกณฑ์รอบอุทธรณ์) 1 ตุลาคม 2569
- ยืนยันตัวตนที่ ธ.ก.ส. / ออมสิน / ธอส. / ธอท.17 ก.ค. – 14 ต.ค. 2569
- ยืนยันตัวตนที่ธนาคารกรุงไทย 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570
เช็คผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้ที่ไหนบ้าง
ตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้ 4 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์หลักของโครงการ ที่ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th กดปุ่ม “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” แล้วกรอกเลขบัตรประชาชน
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง เข้าเมนูโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
- แอปพลิเคชันทางรัฐ ค้นหาบริการ “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”
- สาขาธนาคารหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ตามวัน-เวลาทำการของแต่ละสาขา)
ผ่านเกณฑ์แล้ว ต้องทำอะไรต่อ
ขั้นตอนหลังผ่านเกณฑ์แบ่งเป็น 2 กรณี ขึ้นอยู่กับว่าเคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อนหรือไม่
กรณีที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม
ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ใหม่ เพราะโครงการมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิสวัสดิการต่อเนื่องได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
กรณีที่ 2: ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ (รวมถึงกรณีมอบอำนาจ)
ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อน จึงจะใช้สิทธิได้ โดยเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) ผ่าน 2 รูปแบบ
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง — ยืนยันตัวตนและเปิดใช้ G-Wallet เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปฯ
- สาขาธนาคาร 5 แห่ง — ธนาคารกรุงไทย (17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570) และ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. ธอท. (17 ก.ค. – 14 ต.ค. 2569)
หากยืนยันตัวตนก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 จะเริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 สิงหาคม 2569 พร้อมกับทุกคน แต่หากยืนยันตัวตนหลังจากนั้น จะเริ่มใช้สิทธิได้หลังวันที่ยืนยันตัวตนเป็นต้นไป
ข้อควรระวังสำหรับผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
หากคุณได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ คุณจะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แทน สิทธิเดิม ดังนั้น ต้องรีบยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตังก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัสโดยที่ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้สิทธิอะไรบ้าง
ผู้ผ่านเกณฑ์จะได้รับสิทธิสวัสดิการเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ดังนี้
วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ และร้านที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด 300 บาท/คน/เดือน
ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ (8 ประเภท ไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ) 750 บาท/คน/เดือน
ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ควรรู้:
- วงเงินค่าเดินทาง 750 บาท ใช้ได้กับ รถ ขสมก., รถ บขส., รถไฟฟ้า BTS/MRT/รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, รถไฟ, รถเอกชนร่วม ขสมก., รถเอกชนร่วม บขส., รถสองแถวรับจ้าง และเรือโดยสารสาธารณะ
- ค่าไฟฟ้า: หากใช้เกิน 315 บาท ต้องรับภาระค่าไฟทั้งหมดเอง
- ค่าน้ำประปา: หากใช้เกิน 100 บาทแต่ไม่เกิน 315 บาท ยังได้รับอุดหนุน 100 บาท จ่ายเฉพาะส่วนเกิน แต่ถ้าใช้เกิน 315 บาท ต้องรับภาระทั้งหมดเอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 วันไหน เริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไหร่
A: ประกาศผลวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 (ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ต้องยืนยันตัวตนก่อน)
Q: เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ที่ไหน
A: เช็คได้ 4 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ welfare.mof.go.th, แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯ ทางรัฐ และสาขาธนาคารหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง
Q: มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ต้องยืนยันตัวตนใหม่ไหม
A: ไม่ต้อง ผู้มีบัตรรายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ใช้สิทธิต่อเนื่องได้เลย เฉพาะผู้ได้รับสิทธิรายใหม่และกรณีมอบอำนาจเท่านั้นที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC)
Q: ไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไร
A: ยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันประกาศผล ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปฯ เป๋าตัง แอปฯ ทางรัฐ หรือสาขาธนาคาร 5 แห่ง หากผ่านรอบอุทธรณ์จะเริ่มใช้สิทธิ 1 ตุลาคม 2569
Q: บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้เงินเท่าไหร่
A: ค่าซื้อสินค้า 300 บาท/เดือน ค่าเดินทาง 750 บาท/เดือน ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาท/3 เดือน ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน และค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
Q: ยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ถึงเมื่อไหร่
A: ที่ธนาคารกรุงไทยได้ถึง 12 มกราคม 2570 ส่วน ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. ได้ถึง 14 ตุลาคม 2569 หรือยืนยันผ่านแอปฯ เป๋าตังก็ได้
ช่องทางโหลดแอป ‘ทางรัฐ’
- ผู้ใช้งานแอนดรอยด์ (Android) >> โหลดผ่าน Google Play Store
- ผู้ใช้งานไอโฟน (iPhone) >> โหลดผ่าน App Store
https://www.youtube.com/watch?v=ozWTmx1pavI
‘ทางรัฐ’ แอปรวบรวมบริการของภาครัฐที่สำคัญมาไว้ในแอปเดียว
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. (DGA) เป็นผู้พัฒนาแอป ‘ทางรัฐ’ แอปพลิเคชันพอร์ทัลกลางสำหรับอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมออนไลน์ภาครัฐให้ประชาชน พร้อมตรวจสอบสิทธิ ติดตามสถานะการขอใช้บริการภาครัฐได้อย่างสะดวกในแอปพลิเคชันเดียว
ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งานแอป ‘ทางรัฐ’
- โหลดแอป ทางรัฐ แล้วกดปุ่ม ‘สมัครใช้งาน’
- ศึกษาขั้นการสมัครสมาชิก แล้วกดปุ่ม ‘เริ่มสมัครเลย’
- ศึกษาข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัว แล้วกด ‘ยอมรับ’
- ศึกษาข้อแนะนำการสแกนบัตรประชาชน แล้วกด ‘เริ่มสแกนหน้าบัตร’
- สแกนหน้าบัตรประชาชน
- สแกนบัตรประชาชนด้านหลัง
- ตรวจสอบข้อมูลแล้วกด ‘ไปขั้นตอนถัดไป’
- ศึกษาข้อแนะนำในการสแกนใบหน้า แล้วกด ‘เริ่มยืนยันตัวตน’
- สแกนใบหน้าโดยจัดวางใบหน้าให้อยู่ในกรอบ
- พยักหน้าช้าๆ อย่างต่อเนื่อง
- กำหนดชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน จากนั้นกด ‘ยืนยัน’
- ระบุ Pin Code 6 หลักเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
- ระบุ Pin Code เดิมอีกครั้งเพื่อยืนยัน
- เปิดใช้งานสแกนใบหน้าโดยกดปุ่ม ‘ใช้งาน’ แล้วสแกนใบหน้า
- เมื่อผู้ใช้งานสแกนใบหน้าสำเร็จ ให้กด ‘เริ่มใช้งาน’
- เริ่มใช้บริการต่างๆ ของแอปทางรัฐได้ทันที
ช่องทางโหลดแอป ThaID บัตรประชาชนดิจิทัล
- ผู้ใช้งานแอนดรอยด์ (Android) » โหลดผ่าน Google Play Store
- ผู้ใช้งานไอโฟน (iPhone) » โหลดผ่าน Apple App Store
ขั้นตอนการ ลงทะเบียนบัตรประชาชนดิจิทัล ด้วยตนเอง (พิสูจน์และยืนยันตัวผ่านแอป ThaID)
- โหลดแอป ThaID
- เลือกหัวข้อลงทะเบียนด้วยตนเอง
- ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการเพื่อทำการลงทะเบียนสิ่งแทนเอกลักษณ์ดิจิทัล
- ถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความชัดเจนและกดปุ่มยืนยันหรือถ่ายใหม่
- ถ่ายรูปหลังบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความชัดเจนและกดปุ่มยืนยันหรือถ่ายใหม่
- ตรวจสอบข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน หากถูกต้องให้กดยืนยัน
- ถ่ายรูปภาพใบหน้าตนเอง
- ตั้งค่ารหัสผ่านเหมือนกัน 2 ครั้งโดยต้องไม่เรียงกัน และไม่ซ้ำกันเกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111
- ระบบแจ้งเตือนขอความยินยอมโดยระบุรหัสผ่านอีกครั้งเพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันครั้งแรก
- เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น หน้าจอจะแสดงรูปบัตรประจำตัวประชาชน
ขั้นตอนการ ลงทะเบียนบัตรประชาชนดิจิทัล ผ่านเจ้าหน้าที่
- โหลดแอป ThaID
- เลือกหัวข้อลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่
- นำบัตรประจำตัวประชาชนใบล่าสุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับลงทะเบียนทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนการลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียน
- เปิดแอปพลิเคชัน ThaID พร้อมทั้งอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ของเครื่องโทรศัพท์มือถือ
- ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการเพื่อทำการลงทะเบียนสิ่งแทนเอกลักษณ์ดิจิทัล
- ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ให้ถูกต้อง
- แสกนลายพิมพ์นิ้วชี้กับเจ้าหน้าที่
- แสกน QR code บนหน้าจอของเจ้าหน้าที่ ด้วยแอพพลิเคชั่น ThaID
- ตั้งค่ารหัสผ่านเหมือนกัน 2 ครั้งโดยต้องไม่เรียงกัน และไม่ซ้ำกันเกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111
- ระบบแจ้งเตือนขอความยินยอมโดยระบุรหัสผ่านอีกครั้งเพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันครั้งแรก
- เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น หน้าจอจะแสดงรูปบัตรประจำตัวประชาชน
หมายเหตุ: กรณีลืมรหัสผ่าน สามารถรีเซ็ตรหัสผ่านได้ โดยการถ่ายรูปภาพใบหน้าตนเองเพื่อขอสร้างรหัสผ่านใหม่