ไปเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ทัน 5 โมงเย็นไม่ทัน ทำไงดี?

ทั่วไป

6,355 VIEWS

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้แล้ว แต่มีเหตุให้ไปเลือกตั้งล่วงหน้าตามที่ลงทะเบียนไว้ไม่ทัน 5 โมงเย็น จะขอไปเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ตามเดิมได้ไหม?

ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้ง 2566 จะขอไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 แทนได้ไหม?

ไม่ได้ เนื่องจากคุณได้ขอใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว ดังนั้น ที่หน่วยเลือกตั้งพื้นที่ของคุณจะรับทราบว่าคุณได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว คุณจึงไม่มีสิทธิกลับมาเลือกตั้งในวันเลือกตั้งจริง 14 พฤษภาคม 2566 ได้อีก แม้ว่าคุณจะยังไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจริงก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากคุณไปเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ทันเวลา 17.00 น. คุณควรดำเนินการตามกฎหมายดังนี้

1. กรณีไม่ได้ไปเลือกตั้ง 2566 แต่มีเหตุอันสมควร

ในการเลือกตั้งคร้ังใด ถ้าผู้มีสิทธิเลือกต้ังไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกต้ังได้เนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อบุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนด ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้งหรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ให้ดำเนินการแจ้งตามที่คณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนด ทั้งนี้ การแจ้งเหตุดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิท่ีผู้น้ันจะไปใช้สิทธิเลือกต้ังหากภายหลังสามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้

อย่างไรก็ตาม การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเป็นหนังสือหรือโดยวิธีการอื่นเพื่อชี้แจงเหตุดังกล่าว โดยสามารถมอบหมายให้บุคคลใดไปยื่นต่อบุคคลซึ่ง กกต. แต่งต้ังแทน หรือ จัดส่งหนังสือชี้แจงเหตุนั้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

ถ้า กกต. เห็นว่าไม่ใช่เหตุอันสมควร จะแจ้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทราบภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเหตุ

ช่องทางแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์

ขั้นตอนการกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์
  1. ไปที่เว็บไซต์ https://stat.bora.dopa.go.th/Election/abscause/#/main
  2. กรอกบัตรประชาชน 13 หลัก
  3. กรอกรหัสหลังบัตรประชาชน Laser ID
  4. กรอกชื่อภาษาไทย (โดยไม่ต้องมีคำนำหน้า)
  5. กรอกนามสกุลภาษาไทย
  6. กรอกวันเดือนปีเกิดตามบัตรประชาชน
  7. กดเลือก “ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ” 
  8. กด “ตรวจสอบข้อมูล”
  9. เลือกสาเหตุไม่ไปใช้สิทธิ ซึ่งมีตัวเลือก ได้แก่
    • มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
    • เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
    • เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
    • เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
    • มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร
    • ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
    • เหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่คณะกรรมการกำหนด
  10. กด “บันทึกข้อมูล”

2. กรณีไม่ไปเลือกตั้งล่วงหน้า 2566 โดยไม่มีเหตุอันสมควร

หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและมิได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกต้ังแล้วแต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร ผู้น้ันถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

บทลงโทษกรณีไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยไม่มีเหตุอันสมควร

  1. ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้
  2. ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ได้
  3. ไม่สามารถเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วย การลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้
  4. ไม่สามารถดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองได้
  5. ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นได้
  6. ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเลขานกุารประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่นและ เลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่นได้

ระยะเวลาจำกัดสิทธิ

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาคร้ังละ 2 ปีนับแต่วันเลือกต้ังครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกต้ัง

ทั้งนี้ หากในการเลือกต้ังครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้นับเวลาการจำกัดสิทธิคร้ังหลังนี้โดยนับจากวันที่มิได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ และหากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดก็ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

iTAX คำนวณและวางแผนภาษี
(100K+)