รัฐบาลสิงคโปร์ยืนยันวัคซีน mRNA ปลอดภัย ระวังข่าวเท็จ ‘ซิโนแวค’ ดีกว่า ‘ไฟเซอร์’

ทั่วไป

รัฐบาลสิงคโปร์ได้เผยแพร่เอกสารเตือนประชาชนให้ระวังข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีน mRNA ไม่ปลอดภัยที่ปรากฏอยู่บนโซเชียลมีเดียโดยสรุปเป็น 5 ประเด็นตอบโต้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัคซีน mRNA ที่ถูกต้อง เพื่อตอบโต้ข้อมูลเท็จต่างๆ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด

เอกสารนี้มีการชี้แจงประเด็นสำคัญๆ เช่น วัคซีนโควิดแบบ mRNA ที่ได้รับการรับรองจากองค์การวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Sciences Authority: HSA) ของสิงคโปร์ไม่ปลอดภัยจริงหรือไม่ รวมถึงประเด็นวัคซีนเชื้อตายอย่าง ‘ซิโนแวค’ ป้องกันได้ดีกว่าวัคซีน mRNA หรือไม่ด้วย โดยรัฐบาลสิงคโปร์ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ชี้แจงที่ละประเด็น รวม 5 ประเด็น ดังนี้

ครม. อนุมัติซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส พ่วง ซิโนแวค 10.9 ล้านโดส

แพทยสภา เรียกร้องวัคซีน mRNA ให้หมอ ส่วนปชช.ต้องได้ฟรี ตาม รธน.

ประเด็นที่ 1 วัคซีน mRNA ไม่มีประสิทธิภาพต้านโควิด?

รัฐบาลสิงคโปร์ชี้แจงว่า ทั้งวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา ซึ่งเป็นวัคซีน mRNA นั้นเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงระดับ 90% โดยอ้างอิงตามข้อมูลทั้งจากระดับโลกและระดับท้องถิ่นโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนโควิด-19 (Expert Committee on COVID-19 Vaccination: EC19V) ของสิงคโปร์

รัฐบาลสิงคโปร์สรุปว่าทั้งวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา ซึ่งเป็นวัคซีน mRNA มีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยหนักรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิดได้ในระดับสูง

ประเด็นที่ 2 วัคซีน mRNA ไม่มีประโยชน์ในการป้องกันประชาชนจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์?

รัฐบาลสิงคโปร์ชี้แจงว่า วัคซีน mRNA มีประสิทธิภาพในการป้องกันประชาชนจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์สำคัญๆ เช่น โควิดสายพันธุ์เดลต้า จากการศึกษาในสหราชอาณาจักร (UK) พบว่าการฉีดไฟเซอร์ 2 โดสสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าแบบมีอาการได้ราว 80% แม้ว่าขณะนี้ยังจำเป็นต้องศึกษาผลเพิ่มเติมก่อนมีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกในขณะนี้มีความชัดเจนว่าวัคซีน mRNA มีประสิทธิภาพในการป้องกันเป็นอย่างดี

การติดเชื้อแบบไม่มีอาการจนถึงมีอาการเล็กน้อยที่พบจากเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าในผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วในระดับท้องถิ่นนั้น สอดคล้องกับหลักฐานจากทั่วโลกว่าวัคซีน mRNA ป้องกันอาการติดเชื้อแบบรุนแรงและมีอาการได้

ประเด็นที่ 3 วัคซีน mRNA ไม่ปลอดภัย?

รัฐบาลสิงคโปร์ชี้แจงว่า วัคซีน mRNA ได้ผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดโดยองค์การวิทยาศาสตร์สุขภาพ (HSA) และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนโควิด-19 (EC19V) ของสิงคโปร์แล้ว ซึ่งพบว่ามีความปลอดภัยต่อการนำไปใช้ โดย HSA ได้อนุญาตให้นำวัคซีน mRNA มาใช้ภายใต้ช่องทางการเข้าถึงพิเศษในสถานการณ์การแพร่ระบาด (Pandemic Special Access Route) และได้นำมาใช้ในโปรแกรมวัคซีนโควิด-19 แห่งชาติของสิงคโปร์ด้วย

รัฐบาลสิงคโปร์ชี้แจงเพิ่มเติมว่าบุคคลที่ได้รับวัคซีนโควิดอาจพบอาการข้างเคียงได้เหมือนวัคซีนประเภทอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาการข้างเคียงระดับไม่รุนแรงหรือปานกลาง ซึ่งโดยปกติแล้วจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน

แต่อาจมีในบางเคสที่พบได้ยาก ที่พบว่ามีอาการข้างเคียงรุนแรง เช่น แพ้วัคซีน mRNA อย่างรุนแรง (anaphylaxis) ซึ่งจากข้อมูลที่พบปัจจุบันหลังจากฉีดวัคซีน mRNA ครบ 2 เข็มพบว่ามีความเสี่ยงทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและถุงหุ้มหัวใจอักเสบในระดับต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชายที่มีอายุน้อย แต่อาการข้างเคียงระดับรุนแรงก็ยังพบได้ยาก และสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและพบแพทย์ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น 

ดังนั้น รัฐบาลสิงคโปร์เห็นว่าโดยภาพรวมแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีน mRNA ได้แก่ การลดจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 และอาการรุนแรงแม้จะติดเชื้อแล้ว ยังคงเป็นประโยชน์ที่สูงกว่าเมื่อชั่งน้ำหนักกับความเสี่ยงที่เกิดจากวัคซีน mRNA บุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติดีควรได้รับวัคซีน mRNA

ประเด็นที่ 4 วัคซีนเชื้อตายอย่าง ‘ซิโนแวค’ ป้องกันได้ดีกว่าวัคซีน mRNA?

รัฐบาลสิงคโปร์ชี้แจงว่า ซิโคแวค (Sinovac) ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตายให้ผลการป้องกันที่แตกต่างกันโดยอ้างอิงจากการศึกษาทั่วโลก ซึ่งการผลการวิเคราะห์วัคซีนซิโนแวคที่สมบูรณ์ที่สุดเปิดเผยว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพระดับ 51% ส่วนการป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ เช่น สายพันธุ์เดลต้า ภายใต้สถานการณ์จริงนั้นยังไม่มีผลการศึกษาแต่อย่างใด

อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลทั่วโลกและระดับท้องถิ่นยืนยันว่าวัคซีน mRNA ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินสามารถป้องกันและลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้อโควิดและเชื้อโควิดกลายพันธุ์อื่นๆ

ส่วนวัคซีนซิโนแวคยังไม่ผ่านเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในสิงคโปร์เนื่องจากองค์การวิทยาศาสตร์สุขภาพของสิงคโปร์ยังรอเก็บข้อมูลด้านความปลอดภัยและคุณภาพจากการใช้วัคซีนซิโนแวคเพื่อประเมินเพิ่มเติม

ประเด็นที่ 5 เด็กๆ ควรได้รับวัคซีนซิโนแวค เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าปลอดภัย?

รัฐบาลสิงคโปร์ชี้แจงว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่ได้แนะนำให้ใช้วัคซีนซิโนแวคกับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แม้ซิโนแวคจะได้รับการรับรองให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Listing) จาก WHO แล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ซิโนแวคจึงยังไม่ใช่ทางเลือกสำหรับเด็กและวัยรุ่นทั่วโลกหรือในประเทศสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 องค์การวิทยาศาสตร์สุขภาพของสิงคโปร์ได้รับรองให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค ซึ่งเป็นวัคซีน mRNA สำหรับเด็กอายุ 12-15 ปีได้แล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจหลังจากได้ประเมินข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12-15 ปี ด้วยความระมัดระวังแล้ว

รัฐบาลสิงคโปร์กล่าวทิ้งท้ายให้ประชาชนอย่าเชื่อถือและส่งต่อข้อมูลเท็จ และให้อ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโควิดและวัคซีนที่ www.moh.gov.sg