กรมสรรพากร จับมือ ตม. เชื่อมโยงข้อมูล ลดเวลา ขอคืนภาษีนักท่องเที่ยว

ทั่วไป

วันนี้ (วันพุธที่ 15 มกราคม 2563) หน้าห้องพระอุเทนสอง ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร กรมสรรพากรร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชื่อมโยงข้อมูลของชาวต่างชาติผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ลดภาระในการขอคืนภาษีช่วยให้ได้รับความสะดวกสบาย รับเงินคืนภาษีอย่างถูกต้องรวดเร็ว และเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้ในการขออนุญาตอยู่ต่อของคนต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย 

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า

กรมสรรพากรได้ร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางเข้าออกของชาวต่างชาติผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว

และเป็นการนำข้อมูลมาใช้เพื่อรองรับระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

รวมทั้งกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าให้เพิ่มขึ้นซึ่งปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 2.6 ล้านราย มูลค่าการซื้อสินค้าจำนวน 46,654 ล้านบาท ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมสรรพากรมีเจตนาร่วมกันที่จะดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีและข้อมูลชาวต่างชาติในการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรไทยให้ถูกต้องผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมสรรพากรได้ตกลงเชื่อมโยงข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว รวมถึงข้อมูลใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและข้อมูลใบผ่านภาษีอากร (ก่อนออกเดินทาง) ให้แก่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อใช้ในการขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตกลงเชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรไทยของนักท่องเที่ยวให้แก่กรมสรรพากรเพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น

  • การพิจารณาคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว
  • การออกหนังสือรับรองเพื่อการรัษฎากรเป็นภาษาอังกฤษ

ซึ่งทั้งกรมสรรพากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันความร่วมมือโดยยึดหลักการรักษาความปลอดภัยที่เคร่งครัดเพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและเก็บรักษาโดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมในการรักษาชั้นความลับเป็นสำคัญ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า

จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวและช้อปปิ้งก่อนเดินทางกลับประเทศนั้น สรรพากรจะต้องใช้ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อยืนยันว่า บุคคลนั้นเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกประเทศจริง 

แต่หลังจากการเชื่อมโยงข้อมูลของกรมสรรพากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนั้น สรรพากรจะใช้ Blockchain ในการแชร์ข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร้านค้า และกรมสรรพากร และจะมี application มารองรับการทำงาน และเมื่อข้อมูลสามารถเชื่อมโยงหากันทุกระบบ ก็จะช่วยให้สามารถคืนภาษีนักท่องเที่ยวได้เร็วขึ้น ทำให้ลดจำนวนการเข้าคิว ซึ่งกรมสรรพากรเชื่อว่า นักท่องเที่ยวจะได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างมาก

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า

“การเชื่อมต่อข้อมูลของกรมสรรพากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนั้น เกิดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว และเราเป็นระบบแรกของโลก ที่มีการนำระบบ Blockchain มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการคืนเงินภาษี (VAT refund) แก่นักท่องเที่ยว”

ความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของในงานภาครัฐที่ทำให้บริการภาครัฐอยู่ในรูปแบบ One Stop Service จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวช่วยลดค่าใช้จ่ายการบริการภาครัฐและมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการต่อเนื่องซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป