ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม 2565 ประกาศใช้แล้ว เริ่ม 1 พ.ค.

ทั่วไป

15,291 VIEWS

ประกาศเป็นกฎหมายแล้ว มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2565 ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม 2565 สำหรับ ม.33 ฝ่ายลูกจ้าง ลดเหลือ 1% พร้อมลดอัตราสมทบประกันสังคมให้ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2565

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2565 ส่งผลให้ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ม.33 (ลูกจ้าง) ลดเหลือ 1% นอกจากนี้ ยังปรับลดอัตราสมทบประกันสังคมให้ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ด้วย เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2565 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม มาตรา 33 จากเดิม 5% เหลือ 1% จ่ายสูงสุดเดือนละ 150 บาท เริ่ม พ.ค. – ก.ค. 2565

ครั้งนี้ นายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จะได้รับสิทธิลดอัตราเงินสบทบประกันสังคม จาก 5% เหลือ 1% เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2565

สรุป อัตราเงินสมทบประกันสังคม 2565

ปี 2565 อัตราเงินสมทบของลูกจ้าง ลูกจ้างสมทบสูงสุด อัตราเงินสมทบของนายจ้าง นายจ้างสมทบสูงสุด
ช่วงเวลาปกติ 5% ฿750 5% ฿750
ม.ค. 2565 5% ฿750 5% ฿750
ก.พ. 2565 5% ฿750 5% ฿750
มี.ค. 2565 5% ฿750 5% ฿750
เม.ย. 2565 5% ฿750 5% ฿750
พ.ค. 2565 NEW! 1% ฿150 1% ฿150
มิ.ย. 2565 NEW! 1% ฿150 1% ฿150
ก.ค. 2565 NEW! 1% ฿150 1% ฿150
ส.ค. 2565 5% ฿750 5% ฿750
ก.ย. 2565 5% ฿750 5% ฿750
ต.ค. 2565 5% ฿750 5% ฿750
พ.ย. 2565 5% ฿750 5% ฿750
ธ.ค. 2565 5% ฿750 5% ฿750
รวม   ฿7,200   ฿7,200

หมายเหตุ: หากยังคงอัตราเงินสมทบประกันสังคมตามนี้จนถึงสิ้นปี 2565 ลูกจ้างจะใช้สิทธิลดหย่อนประกันสังคมเพื่อคำนวณภาษีสำหรับปีภาษี 2565 ได้สูงสุด 7,200 บาท

ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 จาก 9% เหลือ 1.9% เริ่ม พ.ค. – ก.ค. 2565

ลดอัตราเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ โดยเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และจ่ายเงินสมทบก่อนออกจากงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนแล้วลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน แต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคม 6 กรณี ได้แก่

  • ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  • คลอดบุตร
  • ทุพพลภาพ
  • ตาย
  • สงเคราะห์บุตร
  • ชราภาพ

ทั้งนี้ โดยปกติ ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเดือนละ 432 บาท ได้รับสิทธิจ่ายลดลงเหลือ เดือนละ 91 บาท

ลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 ลงเหลือ 42 – 180 บาทต่อเดือน เริ่ม พ.ค. – ก.ค. 2565

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ค้าขาย และสนใจประกันตนภาคสมัครใจ สามารถเป็นผู้ประกันตน ม.40 ได้ โดยมีทางเลือกส่งเงินสมทบได้ 3 ทางเลือก ดังนี้

  1. ทางเลือกที่ 1 เลือกรับประโยชน์ทดแทน 3 กรณี: อัตราเงินสมทบเหลือเดือนละ 42 บาท (จากเดิม 70 บาท)
    • คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
    • คุ้มครองกรณีทุพพลภาพ
    • คุ้มครองกรณีเสียชีวิต
  2. ทางเลือกที่ 2 เลือกรับประโยชน์ทดแทน 4 กรณี: อัตราเงินสมทบเหลือเดือนละ 60 บาท (จากเดิม 100 บาท)
    • คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
    • คุ้มครองกรณีทุพพลภาพ
    • คุ้มครองกรณีเสียชีวิต
    • คุ้มครองกรณีชราภาพ ได้รับเงินก้อนพร้อมดอกผล
  3. ทางเลือกที่ 3 เลือกรับประโยชน์ทดแทน 5 กรณี: อัตราเงินสมทบเหลือเดือนละ 180 บาท (จากเดิม 300 บาท)
    • คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
    • คุ้มครองกรณีทุพพลภาพ
    • คุ้มครองกรณีเสียชีวิต
    • คุ้มครองกรณีชราภาพ ได้รับเงินก้อนพร้อมดอกผล
    • คุ้มครองกรณีสงเคราะห์บุตร ได้รับเงินรายเดือนตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ

หมายเหตุ: ทางเลือกที่ 1 จะได้รับประโยชน์ทดแทนน้อยที่สุด ในขณะที่ทางเลือกที่ 3 จะได้รับประโยชน์ทดแทนมากที่สุด

ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม 2565 ส่วนหนึ่งของ 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชน

มาตรการ “ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม 2565” เป็นส่วนหนึ่งของ 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนระยะสั้น ประกอบด้วยมาตรการต่างๆ ดังต่อไปนี้

10 มาตรการช่วยเหลือประชาชน

  1. การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.6 ล้านคน โดยเพิ่มเงินจากเดิม 45 บาท เป็น 100 บาท/เดือน
  2. ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม เดือนละ 100 บาท สำหรับผู้ค่าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนประมาณ 5,500 คน
  3. ช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก จำนวน 157,000 คน โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 250 บาทต่อเดือน และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม
  4. คงราคาขายปลีกผู้ที่ใช้ก๊าซ NGV ไว้ที่ 15.59 บาทต่อกิโลกรัม
  5. ผู้ขับขี่แท๊กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา 13.62 บาท/กิโลกรัม
  6. ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยลดค่า Ft ลง 22 สตางค์ต่อหน่วยในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
  7. ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตร ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2565 หลังจากนั้น รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง
  8. กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน – มิถุนายน โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป
  9. ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จาก 5% เหลือ 1% เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่ายและผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป
  10. ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 จาก 9% เหลือ 1.9% และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 ลงเหลือ 42 – 180 บาทต่อเดือน
iTAX คำนวณและวางแผนภาษี
(100K+)