คลังชง ปรับเกณฑ์ กองทุน SSF สู้ COVID-19

ลดหย่อนภาษี

4,591 VIEWS

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีปรับเกณฑ์กองทุน SSF ให้เหมือนกองทุน LTF ที่ถูกยกเลิกไปเมื่อปี พ.ศ. 2562 เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดทุนไทย

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า

ตอนนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมสรรพากร และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาปรับเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ให้มีเกณฑ์เหมือนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ยกเลิกไปเมื่อปี พ.ศ. 2562 

โดยการปรับเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) เป็นมาตรการที่ต้องการช่วยเหลือตลาดทุน ที่ดัชนีการซื้อขายลดลงมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

และอยู่ในช่วงพิจารณาว่า จะตัดสินใจเพิ่มวงเงินการลงทุนจาก 2 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท  รวมถึงพิจารณาให้กองทุน SSF มีกำหนดระยะเวลาการถือครอง 7 ปี เหมือนกองทุน LTF หรือไม่ และมาตรการนี้เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น

กองทุน SSF มีผลบังคับใช้แล้ว

น.ส. รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า เกณฑ์การจัดตั้งกองทุน SSF ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดให้มีการอนุมัติจัดตั้งกองทุน SSF แบบอัตโนมัติ (Auto-Approval)  สำหรับกองทุนที่ไม่มีความซับซ้อน

ซึ่งตั้งแต่วันที่เปิดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ต้องการจัดตั้งกองทุน SSF สามารถยื่นขออนุมัติจัดตั้งกองทุน SSF ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. – 4  มี.ค. 2563 ก.ล.ต. ได้อนุมัติกองทุน SSF ไปแล้วทั้งสิ้น 17 กองทุน 

และภายหลังหากมีการประกาศเกณฑ์การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว (เช่น กฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องการยกเว้นรัษฎากร ที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแก่ SSF และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในราชกิจจานุเบกษา) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จะจัดทำประกาศเกี่ยวกับระบบการขายคืนหน่วยลงทุน ที่มีมาตรฐานและสอดคล้องกับเงื่อนไขลดหย่อนภาษีต่อไป

เกณฑ์เงื่อนไขการลงทุน กองทุน SSF (Super Savings Fund) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2562

  • ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท
  • ลงทุนได้ในหลักทรัพย์ทุกประเภท
  • ระยะเวลาในการถือหน่วยลงทุน 10 ปี (สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ)
  • ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
  • กำไรที่ได้จากการขายคืน ได้รับการยกเว้นภาษี (หากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)
  • หากลงทุนในกองทุน SSF เมื่อรวมกับการลงทุนเพื่อการออมอื่นๆ (ได้แก่ RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และ กอช.) จะต้องไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปี

ทั้งนี้ ข่าวการปรับเกณฑ์การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ใหม่ให้เหมือน LTF ยังอยู่ในขั้นตอนรอเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเท่านั้น ยังไม่ได้ประกาศเป็นกฎหมายแต่อย่างใด และหากมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเมื่อไหร่ ทีมงาน iTAX จะรีบแจ้งให้ผู้เสียภาษีทราบทันที