กรมขนส่งฯ เปิดให้แท็กซี่ ปรับจูนมิเตอร์อัตราใหม่ เริ่ม 16 ม.ค. 66

ทั่วไป

6,287 VIEWS

“กรมขนส่งทางบก” เปิดให้รถแท็กซี่ ปรับจูนมิเตอร์อัตราใหม่ เริ่มวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2566 หลังกระทรวงคมนาคมประกาศปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานครอัตราใหม่แล้ว


13 มกราคม 2566 – นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้มีประกาศปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร และได้ลงประกาศราชกิจจานุเบกษาฯแล้ว ผู้ขับรถแท็กซี่ต้องนำมิเตอร์ไปปรับจูนมาตรค่าโดยสารที่บริษัทผู้จำหน่ายมิเตอร์ให้ถูกต้องตามประกาศฯ และนำมิเตอร์ที่ปรับจูนแล้วมาที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ส่วนตรวจสภาพรถ งานตรวจสภาพรถรับจ้างและรถอื่น อาคาร 4 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับรองความถูกต้องและทำการซีลตะกั่วที่มิเตอร์ก่อนออกให้บริการประชาชน และตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2566 – วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566

กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขับแท็กซี่ในการ ปรับจูนมิเตอร์อัตราใหม่ ให้ถูกต้อง โดยได้ร่วมมือกับ 4 บริษัทเอกชน ได้แก่

  1. บริษัท เพาเวอร์เมติค จำกัด (ยี่ห้อ Printax, ROYAL)
  2. บริษัท ซันไทมิเตอร์ จำกัด (ยี่ห้อมิเตอร์ 3TM)
  3. บริษัท จีพีเอสไทยสตาร์ จำกัด (ยี่ห้อ G-TAX) และ
  4. บริษัท ทีเอชที โปรเกรส จำกัด (ยี่ห้อ PROFITTO)

โดยทั้ง 4 บริษัทได้นำเจ้าหน้าที่มาให้บริการ ปรับจูนมิเตอร์อัตราใหม่ ณ สถานีกลางบางซื่อ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์)

ทั้งนี้ มิเตอร์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ชำรุด บกพร่อง และ หลังการปรับจูนกรมการขนส่งทางบกได้จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการตรวจสอบรับรองความถูกต้องของมิเตอร์ ตามที่กฎหมายกำหนด ณ สถานีกลางบางซื่อ

สำหรับมิเตอร์นอกจาก 4 ยี่ห้อดังกล่าว หลังจากนำมิเตอร์ปรับจูนที่บริษัทผู้จำหน่ายมิเตอร์แล้ว สามารถนำมิเตอร์มารับรองความถูกต้อง ณ สถานีกลางบางซื่อ ได้เช่นกัน โดยเปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำให้ผู้ขับรถแท็กซี่ต้องพัฒนาคุณภาพในการให้บริการประชาชน ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร หรือไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้ใช้บริการในการเก็บค่าโดยสารเกินจากมิเตอร์ รวมถึงให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การปรับอัตราค่าโดยสารตามประกาศฯ ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม หลังจากไม่ได้ปรับอัตราค่าโดยสารมาแล้วกว่า 8 ปี

โดยกรมการขนส่งทางบกจะนำระบบตัดแต้มรถโดยสารสาธารณะมาใช้ควบคุมและกำกับคุณภาพการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการของรถแท็กซี่และดำเนินการลงโทษผู้ฝ่าฝืนขั้นสูงสุด ซึ่งมีโอกาสถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถได้ หากประชาชนพบเห็นรถแท็กซี่มีพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสาร ขับรถประมาท พูดจาไม่สุภาพ หรือเรียกเก็บค่าโดยสารเกินจากมิเตอร์ สามารถแจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

“ขึ้นค่าแท็กซี่” เช็กอัตราค่าโดยสารใหม่ คันใหญ่เริ่มต้น 40 บาท

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตามที่ได้มี ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกโดยสาร และค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน ที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร .. 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยประกาศดังกล่าว เป็นการให้ยกเลิกอัตราค่าโดยสารเดิมที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 2557 โดยค่าโดยสารอัตราใหม่สามารถสรุปได้ดังนี้

1. แท็กซี่คันใหญ่

เช่น รถยนต์รับจ้าง ที่มีลักษณะเป็นรถเก๋งสามตอน รถเก๋งสามตอนแวน รถยนต์นั่งสามตอน และรถยนต์นั่งสามตอนแวน

  • ระยะทาง 1 กิโลเมตรแรก 40.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 1 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 10 กิโลเมตรละ 6.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 10 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 20 กิโลเมตรละ 7.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 20 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 40 กิโลเมตรละ 8.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 40 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 60 กิโลเมตรละ 8.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 60 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 80 กิโลเมตรละ 9.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 80 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 10.50 บาท

กรณีรถติด ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้กำหนดอัตรานาทีละ 3.00 บาท 

2. แท็กซี่คันเล็ก

รถยนต์รับจ้าง นอกจากข้อ 1. ให้กำหนด ดังต่อไปนี้

  • ระยะทาง 1 กิโลเมตรแรก 35.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 1 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 10 กิโลเมตรละ 6.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 10 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 20 กิโลเมตรละ 7.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 20 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 40 กิโลเมตรละ 8.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 40 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 60 กิโลเมตรละ 8.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 60 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 80 กิโลเมตรละ 9.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 80 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 10.50 บาท

กรณีรถติด ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้กำหนดอัตรานาทีละ 3.00 บาท

ค่าบริการพิเศษเพิ่มเติม

  • ค่าบริการพิเศษเพิ่มจากมิเตอร์อีก 20 บาท – กรณีเรียกผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เรียกเก็บค่าบริการอื่นเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่าโดยสารอีก 
  • ค่าบริการพิเศษเพิ่มจากมิเตอร์อีก 50 บาท – กรณีการจ้างจากท่าอากาศยานดอนเมืองหรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยรถยนต์รับจ้างนั้น จอดรอคนโดยสารอยู่ในท่าอากาศยาน จุดที่ได้จัดไว้เป็นการเฉพาะ

วันที่มีผลใช้บังคับค่าแท็กซี่อัตราใหม่

  • ประกาศกระทรวงคมนาคมฯ ฉบับใหม่จะเริ่มมีผลบังคับให้มีการจัดเก็บค่าโดยสารแท็กซี่อัตราใหม่ ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2566 เป็นต้นไปนั้น

นายกฯ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลกระทบจากการปรับ ขึ้นค่าแท็กซี่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามและมีความห่วงใยประชาชนที่โดยสารรถแท็กซี่ที่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารดังกล่าว

แม้การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารจะช่วยให้คนขับแท็กซี่มีรายได้ที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมากขึ้นอย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีก็ยังเป็นห่วงประชาชนที่โดยสารรถแท็กซี่ ที่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติติดตามผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในภาพรวมจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารดังกล่าว และเสนอแนะมาตรการทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ดังกล่าวต่อไปโดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่าน” โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรีกล่าว

นายอนุชากล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีรับรู้ถึงความเดือดร้อนของคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งถือว่าเป็นประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วย ในขณะที่ค่าจ้าง/ค่าโดยสารรถแท็กซี่ ไม่ได้มีการปรับขึ้นมาเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว จึงเป็นที่มาของการปรับค่าโดยสารในครั้งนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มคนขับแท็กซี่ มีรายได้เพียงพอกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมไปกำกับดูแลเพิ่มเติมว่า เมื่อขึ้นราคาค่าโดยสารแท๊กซี่แล้ว  ก็ต้องปรับปรุงคุณภาพการบริการให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะต้องเข้มงวดในเรื่องมารยาทของคนขับรถ ความปลอดภัย ความสะอาด ไม่เอาเปรียบผู้โดยสาร  และต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากพบว่าแท็กซี่กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดในเรื่องบทลงโทษต่อไปโดยไม่ละเว้น

 

iTAX คำนวณและวางแผนภาษี
(100K+)