ตรวจสอบสิทธิ เยียวยาประกันสังคม www.sso.go.th ของนายจ้าง-ลูกจ้าง

ทั่วไป

สำนักงานประกันสังคมเปิดระบบ ตรวจสอบสิทธิเยียวยาประกันสังคม ม.33 ให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเองได้แล้ว ที่ www.sso.go.th หลังจากที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาโควิดรอบใหม่ให้นายจ้าง-ลูกจ้าง ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ม.33 ในพื้นที่ล็อกดาวน์ ด้วยงบประมาณเยียวยาราว 30,000 ล้านบาท เตรียมรับเงินเยียวยา 6 สิงหาคม 2564 ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน

เงินเยียวยาประกันสังคม จ่าย 6 สิงหาคม 2564 นี้ ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน

เนื่องประกันสังคมจะจ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (Promptpay) ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนแล้ว หากลูกจ้างยังไม่มีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน โปรดดำเนินการโดยด่วนเพื่อป้องกันความผิดพลาด 

ทั้งนี้ ผู้ที่ตรวจสอบสิทธิเยียวยาประกันสังคมแล้วได้รับสิทธิ เตรียมรับเงินเยียวยาผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นี้

ตรวจสอบสิทธิ เยียวยาประกันสังคม นายจ้างและลูกจ้าง (ผู้ประกันตน ม.33) ที่ www.sso.go.th

วิธีตรวจสอบสิทธิเยียวยาสำหรับนายจ้าง ม.33

  1. ไปที่เว็บตรวจสอบสิทธิเยียวยาประกันสังคมของนายจ้าง >> www.sso.go.th (สำหรับนายจ้าง)
  2. กรอกเลขที่บัญชีนายจ้าง 10 หลัก (เลขที่สำนักงานประกันสังคมออกให้นายจ้างตอนขึ้นทะเบียน)
  3. กรอกลำดับที่สาขา 6 หลัก (ถ้าไม่มีสาขาอื่นนอกจากสำนักงานใหญ่ ให้กรอก “000000”)
  4. กรอกรหัส 6 หลักให้ตรงกับรูปภาพ
  5. กดค้นหา
  6. ดูการตรวจสอบสิทธิว่านายจ้างเข้าเงื่อนไขได้รับการเยียวยาหรือไม่

มายเหตุ ประกันสังคมจะจ่ายเงินเยียวยาให้นายจ้างในวันที่ 6 สิงหาคม 2564

วิธีตรวจสอบสิทธิเยียวยาสำหรับลูกจ้าง (ผู้ประกันตน ม.33)

  1. ไปที่เว็บตรวจสอบสิทธิเยียวยาประกันสังคมของลูกจ้าง >> www.sso.go.th (สำหรับผู้ประกันตน ม.33)
  2. กรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของลูกจ้าง 10 หลัก
  3. กรอกรหัส 6 หลักให้ตรงกับรูปภาพ
  4. กดค้นหา
  5. ดูการตรวจสอบสิทธิว่าลูกจ้างเข้าเงื่อนไขได้รับการเยียวยาหรือไม่

หมายเหตุ ประกันสังคมจะจ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (Promptpay) ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนแล้วในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 หากลูกจ้างยังไม่มีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน โปรดดำเนินการโดยด่วนเพื่อป้องกันความผิดพลาด

กลุ่มของกิจการที่จะได้รับการเยียวยาตาม มาตรการเยียวยาโควิดรอบใหม่

กลุ่มกิจการ 9 หมวด ได้แก่
  1. ก่อสร้าง
  2. ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร
  3. ศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ
  4. กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ
  5. ขายส่งขายปลีกและซ่อมยานยนต์
  6. ขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
  7. กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน
  8. กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และกิจกรรมทางวิชาการ
  9. ข้อมูลข่าวสารและสื่อสาร
กลุ่มกิจการของถุงเงิน 5 กิจการ ได้แก่
  1. ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  2. ร้าน OTOP
  3. ร้านค้าทั่วไป
  4. ร้านค้าบริการ
  5. กิจการขนส่งสาธารณะ (ไม่รวมกิจการขนาดใหญ่)

แนวทางการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่ละกลุ่ม

1. ลูกจ้างในระบบประกันสังคม (ม. 33) ในกิจการ 9 หมวด
  • รัฐจะจ่ายสมทบให้ลูกจ้างสัญชาติไทย 2,500 บาทต่อคน แต่ถ้ามีการหยุดงานด้วย รัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้ 50% ของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท) รวมแล้วได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 10,000 บาท โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564
  • เอกสารที่ลูกจ้างต้องเตรียม
    • หน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนแล้ว
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • แบบคําขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคม กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) >> โหลดแบบฟอร์ม สปส.2-01/7
2. นายจ้างในระบบประกันสังคมในกิจการ 9 หมวด
  • รัฐจะจ่ายให้ตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาทต่อราย สูงสุดไม่เกิน 200 คน โดยจะได้รับเงินเยียวยาในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 โดยนายจ้างนิติบุคคลจะได้รับเป็นเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ชื่อบัญชีในนามนิติบุคคล
  • เอกสารที่นายจ้างต้องเตรียม
    • สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล อายุไม่เกิน 6 เดือน
    • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการบริษัท
    • หน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของบริษัท
    • หนังสือแจ้งความประสงค์
3. ผู้ประกันตนภาคสมัครใจในระบบประกันสังคม (ม. 39 และ ม. 40)
  • รัฐบาลจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ 5,000 บาทต่อคน โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564
4. ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (freelance)
  • ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจของระบบประกันสังคมตาม ม. 40 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท ตามกลุ่มที่ 3 โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564
5. ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างแต่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม
  • ให้ขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างในระบบประกันสังคม ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามกลุ่มที่ 1 และ 2 โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564
6. ผู้ประกอบการที่ไม่มีลูกจ้าง และไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม
  • ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจของระบบประกันสังคมตาม ม. 40 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท ตามกลุ่มที่ 3 โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564
7. ผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน” 5 หมวด ภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราชนะ” ที่มีลูกจ้าง
  • ให้ขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างในระบบประกันสังคม ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามกลุ่มที่ 1 และ 2 เพื่อรับเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564
8. ผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน” 5 หมวด ภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราชนะ” แต่ไม่มีลูกจ้าง
  • ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจของระบบประกันสังคมตาม ม. 40 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท ตามกลุ่มที่ 3 เพื่อรับเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564

ระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ 10 จังหวัด

  • 1 เดือน ทั้งนี้ อาจมีการขยายต่อตามสถานการณ์