องค์การอนามัยโลกรับรอง ‘ซิโนแวค’ แล้ว

ทั่วไป

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศรับรองให้ใช้ ‘ซิโนแวค’ วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทคของจีน ในกรณีฉุกเฉินแล้ว ซึ่งนับเป็นวัคซีนโควิดตัวที่ 7 ของ WHO และเป็นตัวที่ 2 ของประเทศจีนที่ได้รับการรับรองจาก WHO หลังจากที่ก่อนหน้านี้วัคซีนโควิดของซิโนฟาร์มได้รับการรับรองจาก WHO ไปแล้วเป็นตัวแรก

วิธีลงทะเบียน ‘ไทยร่วมใจ’ ฉีดวัคซีนโควิด สำหรับผู้อยู่ในพื้นที่ กทม.

WHO รับรอง ‘ซิโนแวค’ ได้มาตรฐานสากล

องค์การอนามัยโลกยืนยันว่าวัคซีนซิโนแวค (ชื่อทางการค้า CoronaVac) ผลิตโดย บริษัทซิโนแวค ไบโอเทค ในปักกิ่ง ประเทศจีน ผ่านมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และกระบวนการผลิต สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน

ด็อกเตอร์ Mariângela Simão ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ด้านอนามัยขององค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่าโลกต้องการวัคซีนโควิด-19 จำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงวัคซีนที่ไม่เท่าเทียมกันทั่วโลก องค์การอนามัยโลกจึงอยากเชิญชวนให้ผู้ผลิตวัคซีนเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ COVAX เพื่อแบ่งปันความรู้และข้อมูล เพื่อให้โรคระบาดครั้งนี้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

สำหรับกรณีของซีโนแวค องค์กรอนามัยโลกได้ประเมินและตรวจสอบถึงโรงงานผลิตวัคซีนด้วย

รู้จัก ‘ซิโนแวค’ เพิ่มเติม ในฐานะวัคซีนตัวที่ 7 ที่ WHO ให้การรับรองใช้ในกรณีฉุกเฉิน

ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกให้การรับรองวัคซีนโควิดสำหรับกรณีฉุกเฉิน จำนวน 7 ตัว ได้แก่

  1. ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค
  2. แอสตร้าเซนเนก้า
  3. โควิชิลด์ (แอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศอินเดีย)
  4. จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน
  5. โมเดอร์นา
  6. ซิโนฟาร์ม และ
  7. ซิโนแวค เป็นตัวล่าสุด

วัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนเชื้อตาย ผลิตโดยนำเชื้อไวรัสมาเพาะเลี้ยงแล้วทำให้เชื้อตาย แล้วเมื่อนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายก็จะสร้างระบบภูมิคุ้มกันต้านเชื้อโควิดซึ่งเป็นการตอบสนองตามแบบธรรมชาติ

องค์กรอนามัยโลกชี้ว่า วัคซีนซิโนแวคมีข้อดีสำคัญคือจัดเก็บไม่ยุ่งยากทำให้บริหารจัดการได้ง่ายในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดมากๆ

นอกจากนี้ SAGE (WHO’s Strategic Advisory Group of Experts on Immunization) ได้เปิดเผยว่าจากข้อมูลที่มีในขณะนี้ วัคซีนซิโนแวคเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องใช้ปริมาณ 2 โดส ห่างกันราว 2-4 สัปดาห์

ประสิทธิภาพของซิโนแวคสามารถป้องกันอาการของโรคได้ 51% และป้องกันอาการรุนแรงและการส่งตัวเข้าโรงพยาบาลได้ 100% จากกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามา