จดทะเบียนพาณิชย์ ไม่ได้หมายความว่า เสียภาษีถูกต้องแล้ว

SME

6,977 VIEWS

ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจหลายคนมักจะเข้าใจว่า เมื่อธุรกิจทำการจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว นั่นหมายความว่า ธุรกิจของเราได้ทำการเสียภาษีถูกต้องแล้ว และไม่ต้องดำเนินการด้านภาษีใดๆ อีก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การจดทะเบียนพาณิชย์ และ การที่ธุรกิจต้องเสียภาษี เป็นคนละเรื่องกัน ส่วนจะแตกต่างกันอย่างไร เดี๋ยว iTAX จะเล่าให้ฟัง

การจดทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร?

การจดทะเบียนพาณิชย์ คือ การจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตาม พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2549 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะในรูปแบบของบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล จะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อเป็นการยืนยันว่า ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกิจการหรือธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของคุณอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันการจดทะเบียนพาณิชย์มี 2 รูปแบบคือ

  •  การจดทะเบียนพาณิชย์ธรรมดา
  • การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (สำหรับธุรกิจที่สามารถชำระเงินได้ออนไลน์ได้ ทั้งทาง เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน)

หมายเหตุ

  • กรณีที่ขายของออนไลน์ผ่านช่องทาง social media ที่ไม่สามารถทำการชำระเงินได้บนแพลตฟอร์มนั้นๆ คุณสามารถทำการจดทะเบียนพาณิชย์แบบธรรมดา และยื่นภาษีตามปกติได้เลย
  • หากต้องการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คุณจะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม คือ รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ (เอกสารแนบ แบบ ทพ.) และเอกสารจดโดเมนเนม ที่แสดงว่าคุณเป็นเจ้าของโดเมนเนม) ด้วย (เพิ่มเติมที่ www.dbd.go.th)
  • สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ www.dbd.go.th 

ธุรกิจแบบไหนต้องจดทะเบียนพาณิชย์

ธุรกิจที่ต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. ธุรกิจที่ดำเนินในรูปแบบของ บุคคลธรรมดา เดียว

หากคุณทำธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดาหรือ กิจการที่มีเจ้าของคนเดียว และประกอบกิจการต่อไปนี้ จะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์ให้เรียบร้อย

  • กิจการโรงสีข้าว และ โรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร
  • กิจการค้าขายสินค้า ที่ใน 1 วันสามารถขายได้ 20 บาทขึ้นไป หรือ เป็นธุรกิจที่สต็อกสินค้าไว้เพื่อขายมีมูลค่าสินค้าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
  • นายหน้าหรือตัวแทนที่ขายสินค้าที่มีมูลค่าใน 1 วัน ตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป
  • เจ้าของกิจการหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรม ที่สามารถผลิตและขายสินค้าได้เป็นเงิน 20 บาท/วัน หรือ มีสินค้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
  • กิจการขนส่งทางทะเล รวมถึง การขนส่งโดยรถไฟ, ขนส่งโดยรถยนต์ประจำทาง, การขายทอดตลาด, การรับซื้อขายที่ดิน, การให้กู้ยืมเงิน, การรับแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ, การซื้อหรือขายตั๋วเงิน, การธนาคาร, โรงรับจำนำ และการทำโรงแรม 
  • กิจการที่ขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดีทัศน์ แผ่นวีดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดีทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง 
  • กิจการค้าขายอัญมณี หรือเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณี 
  • กิจการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
  • บริการอินเทอร์เน็ต รวมถึง การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ต 
  • การให้บริการตู้เพลง , บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
  • การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์ 
  • โรงงานแปรสภาพ แกะสลัก และการหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีก การค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

2. ธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล

ไม่ว่าคุณจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล, ห้างหุ้นส่วนจำกัด, บริษัทจำกัด หากคุณดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่อไปนี้ จะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์ด้วย

  • ธุรกิจขาย, ให้เช่า, ผลิต รวมถึงรับจ้างผลิต แผ่น CD, แถบบันทึก, วีดีทัศน์ แผ่นวีดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดีทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง 
  • ธุรกิจขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี 
  • ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ต 
  • ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย 
  • ธุรกิจบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
  • ธุรกิจให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ต 
  • ธุรกิจให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงคาราโอเกะ
  • ธุรกิจให้บริการเครื่องเล่นเกมส์
  • ธุรกิจให้บริการตู้เพลง
  • ธุรกิจโรงงานแปรสภาพ แกะสลัก และการทำหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีกการค้าส่งงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้าง 

3. ผู้ประกอบการเป็นชาวต่างชาติ

ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นชาวต่างชาติ หรือเป็นนิติบุคคลที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และมีสำนักงานสาขาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่อาจจะต้องตรวจสอบก่อนว่า ธุรกิจนั้นๆ ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือไม่ และถ้าหากเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าก่อนยื่นจดทะเบียนพาณิชย์

ทำความเข้าใจใหม่ การจดทะเบียนพาณิชย์ ไม่เท่ากับ เสียภาษีถูกต้อง

ผู้ประกอบการหลายคนมักจะเข้าใจว่า เมื่อธุรกิจทำการจดทะเบียนพาณิชย์ก็เท่ากับว่า ธุรกิจของเราได้เข้าสู่ระบบภาษี และทำการเสียภาษีเรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงที่ผู้ประกอบการต้องรู้คือ การจดทะเบียนพาณิชย์ ไม่ใช่ การเสียภาษี ที่พูดแบบนี้เพราะว่า

  • การจดทะเบียนพาณิชย์ เป็นการจดแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่า ธุรกิจหรือร้านค้าของคุณ เป็นธุรกิจที่มีการดำเนินการจริง มีตัวตนจริง และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าหรือผู้ที่มาใช้บริการของคุณอีกด้วย
  • การเสียภาษี เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตามกฎหมายภาษี เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจ มีหน้าที่ยื่นเสียภาษีแก่กรมสรรพากร และจะต้องทำการเสียภาษีหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดด้วย

จากข้อความข้างต้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า แม้การจดทะเบียนพาณิชย์จะเป็นการทำตามกฎหมายระบุไว้ แต่เป็นเพียงการทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า เป็นกฎหมายคนละส่วนกับกฎหมายภาษีอยู่ดี

นั่นหมายความว่า หากคุณเริ่มต้นธุรกิจและทำการจดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว หากไม่อยากมีปัญหากับการ โดนสรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ในอนาคต คุณจะต้องทำการยื่นและเสียภาษีเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ให้เรียบร้อยด้วย และอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณต้องไม่พลาดคือ ในกรณีที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณจะต้องทำการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วยเช่นกัน

และแน่นอนว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการผู้ช่วยในการจัดทำบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจ สามารถติดต่อสอบถามค่าบริการได้ที่ iTAX for Business โทร. 062-486-9787