เลือก กองทุนลดหย่อนภาษี อย่างไรให้คุ้มค่า

ลดหย่อนภาษี

ปกติแล้ว เวลาเลือกกองทุนที่ดีนั้นจะต้องทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ มากพอสมควร แต่ผมได้ทำการสรุปวิธีการคัดกรองแบบคราว ๆ ซึ่งน่าจะใช้ได้ผลดีสำหรับนักลงทุนมือใหม่ หรือ บางคนที่ไม่มีเวลาในการเลือกองทุนแบบละเอียด ผมเชื่อว่าแค่การเลือกแบบนี้ ก็สามารถทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดี และคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอนครับ

1. ผลตอบแทนย้อนหลังต้องสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่า ผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้บอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อย กองทุนที่เคยทำผลตอบแทนได้ดีนั้นก็มีโอกาสที่จะทำผลตอบแทนได้ดีอย่างต่อเนื่องครับ ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นนึงที่น่าสนใจอย่างยิ่งเลยจากทาง ก.ล.ต. ชื่อว่า Equity mutual fund fees & performance โดย Chanchai Mateepithaktham และ Chatchai Thisadoldilok, CFA, FRM งานวิจัยชิ้นนี้ได้บอกว่า การเลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลังที่ดีในระยะยาว 5 ปีแล้วละก็ จะมีแนวโน้มที่กองทุนเหล่านี้ จะให้ผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่องในระยะยาว ๆ ได้

ดังนั้น เวลาที่จะเลือกกองทุนก็ต้องเลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และดีแบบสม่ำเสมอตลอดช่วงการลงทุนนั้นเอง จึงมีโอกาสที่จะได้กองทุนที่ดีแบบต่อเนื่องครับ ไม่ใช่ว่าดีแค่ปีเดียว วิธีการเลือกกองทุนก็ง่ายแสนง่าย แค่เลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดที่อยู่ใน 10 อันดับแรก เมื่อมองย้อนหลังไปทั้ง 3 ปี และ 5 ปี เท่านี้ก็ได้กองทุนที่มีโอกาสจะทำผลตอบแทนได้ดีในอนาคตแล้วครับ

2. กองทุนถือครองสินทรัพย์แบบไหน

สินทรัพย์ต่าง ๆ ที่อยู่ในกองทุนนั้น มีอะไรบ้าง และ ถือในสัดส่วนมากหรือน้อย ปรับหุ้นในกองทุนเร็ว หรือว่า ช้า และจะได้รู้ด้วยว่า ผู้จัดการกองทุนนั้น มีสไลต์การบริหารกองทุนอย่างไร เช่นชอบเลือกหุ้นขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือ หุ้นที่มีการเติบโตสูง หรือ เน้นหุ้นที่มีมูลค่าไม่แพง เน้นหุ้นปันผล หรือไม่ อย่างไร

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก การที่เราไม่รู้ว่าเราลงทุนกับอะไรอยู่เป็นความเสี่ยงที่สูงที่สุดครับ อย่างที่สุดยอดผู้จัดการกองทุนตลอดกาลได้กล่าวไว้ว่า

จงรู้ว่าคุณถืออะไรอยู่บ้าง และจงคิดว่าคุณถือมันไปทำไม

– Peter Lynch (ปีเตอร์ ลินช์)

วิธีที่เราจะตรวจสอบก็ไม่ได้ยากเกิน คือ เราสามารถหาอ่านได้จากหนังสือชี้ชวนฉบับย่อที่มีการบอกว่า มีการซื้อขายหุ้น หรือ สัดส่วนการเปลี่ยนของการหุ้นในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร หรืออ่านจาก รายงานประจำปี หรือ ประจำ 6 เดือนของกองทุนที่เราต้องการจะเลือก ซึ่งหาข้อมูลเหล่านี้ได้ในหาเวปของแต่ละ บลจ.

3. ค่าธรรมเนียมเรื่องสำคัญในการลงทุนระยะยาว

กองทุนจะมีค่าใช้จ่าย หลัก ๆ อยู่ 2 ส่วนที่ค่อนข้างสำคัญ คือ ค่าธรรมเนียมตอนที่ ซื้อ-ขาย แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุน (Total Expense ratio) มากกว่า ซึ่งจะรวมอยู่ในราคาหน่วยลงทุนไปแล้ว โดยค่าธรรมเนียมนี้จะทำการเก็บรายวัน จึงทำให้มีความสำคัญเพราะว่า ยิ่งเราอยู่ในกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ไม่ดีในระยะยาวครับ

จากตัวอย่างงานวิจัยชิ้นเดิมที่ผมได้กล่าวถึงนั้น ได้บอกไว้ว่า ผลตอบแทน และค่าธรรมเนียมกองทุนนั้นมีผลอย่างมาก ถ้ากองทุนหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้ประมาณ 7 % ต่อปี เราลงทุนด้วยเงิน 100,000 บาท ผ่านไป 20 ปี โดยคิดค่าธรรมเนียม 3% จะทำได้กำไรที่ได้จากการลงทุนนั้นถูกเก็บเป็นค่าธรรมเนียมถึง 60% เลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ค่าธรรมเนียมไม่ถึงครึ่งของผลตอบแทนแต่เมื่อรวมกันหลาย ๆ ปี ตามสินทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้น และด้วยมูลค่าสะสมตามเวลา จึงค่าธรรมเนียมก็ถูกเก็บมากขึ้นนั่นเอง

สรุป

การเลือกกองทุนนั้นก็ไม่ได้มีหลักเกณฑ์อะไรที่ตายตัว เพียงแค่เรา หากองทุนที่ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มีสไตล์การลงทุนที่เราชอบ และค่าธรรมเนียมไม่แพง เพียงแค่นี้ การเลือกลงทุนในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนดี ๆ ก็จะไม่ยากอีกต่อไปครับ

บทความโดย หมอนัท คลินิกกองทุน

error: Content is protected !!