กรมสรรพากร เปิดโอกาส ร้านค้าออนไลน์เข้าระบบภาษี

ประกาศกฎหมายภาษี

ในยุค 5G ที่เราต่างก็ทำทุกอย่างผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กันมากขึ้น ธุรกิจหลายๆ อย่างก็ใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ และแน่นอนว่ารวมถึงการค้าขายออนไลน์ก็เติบโตขึ้นมากเช่นกัน และสิ่งที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนมีความกังวลใจ คงหนีไม่พ้น พ.ร.บ.เก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2563

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะทางกรมสรรพากรไม่ได้ใจร้ายใจดำ แต่เปิดโอกาสให้ร้านค้าออนไลน์เข้าสู่ระบบภาษีก่อนที่ พ.ร.บ.เก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ จะถูกบังคับใช้

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ประกาศว่า

ช่วงที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียภาษี (Data Analysis) ทำให้ทราบว่า มีผู้มีเงินได้จำนวนมากที่จงใจไม่ ยื่นแบบแสดงรายการภาษี (แสดงเงินได้) ซึ่งกรมสรรพากรมีแผนที่จะเชิญคนเหล่านั้นมาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีทั้งระบบ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ค้าออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นร้านค้ารายใหญ่ หรือ รายย่อย กรมสรรพากรจะทำการตรวจสอบด้วยระบบเว็บสแกปปิ้ง ที่สามารถดึงข้อมูลจากหน้าเพจ หน้าร้านค้าออนไลน์ เข้ามาอยู่ในฐานข้อมูล และแม้ว่า ร้านค้าออนไลน์จะพยายามเลี่ยงภาษีด้วยบริการ เรียกเก็บเงินปลายทาง กรมสรรพากรก็สามารถตรวจสอบรายได้ของร้านค้าได้จากบัญชีเงินฝาก

และที่ผ่านมากรมสรรพากรได้ทำการตรวจสอบกลุ่มผู้ค้าออนไลน์อย่างเข้มข้น ทำให้ในตอนนี้กรมสรรพากรมีข้อมูลร้านค้าออนไลน์จำนวนหนึ่งแล้ว และกรมสรรพากรคาดหวังว่า ผู้ค้าออนไลน์จะดำเนินการเสียภาษีต่อกรมสรรพากรเอง แต่หากผู้ค้าคนไหนยังไม่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง กรมสรรพากจะใช้วิธีเชิญพบเพื่อให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง

กรมสรรพากรให้โอกาส ร้านออนไลน์เข้าระบบ แลกกับการยกเว้นค่าปรับ และเงินเพิ่ม

เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กำลังพิจารณาร่างกฎหมาย ยกเว้นค่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม วาระ ที่ 2 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไม่ว่าจะ SME ทั้งระบบออนไลน์ และแบบมีหน้าร้าน เข้าระบบบัญชีเดียว

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การนิรโทษกรรมทางภาษีแต่อย่างใด เพราะกรมสรรพากรยังสามารถตรวจสอบรายได้ย้อนหลังอยู่ แต่เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเพื่อปรับปรุงข้อมูลบัญชีให้ถูกต้อง พร้อมกับยื่นแบบแสดงเงินได้ ผ่านช่องทางออนไลน์ย้อนหลังได้ 12 เดือน นับจากเดือน มิถุนายน 2561 เพื่อแลกกับการยกเว้นค่าปรับ และเงินเพิ่ม รวมทั้ง การเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่อไป

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวต่อว่า

“ต้องการให้กลุ่มผู้ทำธุรกิจออนไลน์เสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งในขณะนี้ กรมสรรพากรพอจะมีข้อมูลแล้วว่า ผู้ค้าออนไลน์มีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งการขยายฐานภาษีนั้น กรมสรรพากรไม่ได้คาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้น เพราะเมื่อฐานภาษีกว้างขึ้น ก็จะมีรายได้เพิ่มตามไปด้วย และหากผู้มีเงินได้เข้าสู่ระบบภาษี มียอดการเสียภาษีเพิ่มอีก 100 บาทต่อราย ก็เท่ากับว่า ประเทศจะมีภาษีเพิ่มถึง 100 ล้านบาท”