ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา ลดหย่อนภาษี ทำแล้วได้อะไร?

ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษี

ค่าเบี้ยประกันไม่สูงมาก

เมื่อเทียบกับประกันชีวิตรูปแบบอื่น

ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษี

เลือกเวลาคุ้มครองได้เอง

ความคุ้มครองสั้น - ยาว แค่ไหน เลือกได้

ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษี

เลือกระยะเวลาจ่ายเบี้ยได้

เลือกความคุ้มครองแค่ไหน จ่ายแค่นั้น

ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษี

สิทธิลดหย่อนภาษี

ลดหย่อนภาษีได้ ตามกฎหมายกำหนด

AIA Term 10

จ่ายเมื่อเสียชีวิต ฿7,570,000

อลิอันซ์ อยุธยาเฉพาะกาล 10/10

จ่ายเมื่อเสียชีวิต ฿7,080,000

AIA Term 15

จ่ายเมื่อเสียชีวิต ฿6,740,000

รู้จัก ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา
ลดหย่อนภาษี ให้มากขึ้น

ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา คือ?
จุดเด่นของ ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา
ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา เหมาะกับใคร?
เลือกประกันชีวิตอย่างไร ให้คุ้มที่สุด

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา คือ แผนประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองระยะสั้น คุณสามารถเลือกช่วงเวลาจ่ายค่าเบี้ยประกันและช่วงเวลาที่ต้องการรับความคุ้มครองได้เอง (ความคุ้มครอง 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปี เป็นต้น) เป็นกรมธรรม์ที่มีค่าเบี้ยประกันค่อนข้างต่ำ ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเบี้ยแบบปีต่อปี และไม่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ได้ และผู้เอาประกันจะได้รับเงินผลประโยชน์ทดแทนเมื่อเสียชีวิตในระยะเวลาที่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองอยู่เท่านั้น

ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา ค่าเบี้ยประกันถูกจริงหรือ?

เนื่องจากประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลามีรูปแบบการให้ความคุ้มครองที่แตกต่างจากแผนประกันชีวิตรูปแบบอื่น เพราะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตเท่านั้น เป็นแผนประกันชีวิตที่ไม่มีการออมทรัพย์ ไม่มีมูลค่าเงินสด นั่นหมายความว่า เมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดสัญญาและผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ ผู้เอาประกันจะไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น และเนื่องจากเป็นประกันชีวิตที่มีระยะความคุ้มครองและการจ่ายค่าเบี้ยประกันที่ชัดเจน ทำให้ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับค่าเบี้ยประกันชีวิตในรูปแบบอื่นๆ

ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา กับการลดหย่อนภาษี

ค่าเบี้ยประกันชีวิตชั่วระยะเวลา สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่จะต้องไม่เกิน 100,000 บาท และจะต้องเป็นประกันชีวิตที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้

  • ต้องเป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • เป็นประกันชีวิตที่ทำกับบริษัทประกันชีวิตในไทย
  • ในกรณีที่มีการจ่ายผลตอบแทนระหว่างสัญญา (เงินปันผล) จะต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
  • ในกรณีที่ได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา (ทุกๆ 3 ปี หรือ 5 ปี) ยอดเงินคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในแต่ช่วงระยะเวลา
  • ต้องเป็นกรมธรรม์ที่ไม่ยกเลิกหรือเวนคืนก่อนถือครบ 10 ปี (ไม่ว่าจะเวนคืนด้วยสาเหตุใดก็ตาม)

ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา คือประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตเท่านั้น และเป็นประกันชีวิตที่ไม่มีมูลค่าเงินสด ไม่มีการออมทรัพย์ และผู้เอาประกันจะได้รับผลประโยชน์ในกรณีที่เสียชีวิตขณะที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้อยู่เท่านั้น หลายๆ คนเรียกประกันชีวิตแบบนี้ว่า "ประกันชีวิตแบบจ่ายทิ้ง" ที่มองดูเผินๆ อาจจะรู้สึกว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการทำประกันชั่วระยะเวลาอาจจะน้อยไปสักหน่อย แต่ในความจริงแล้วประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลานั้น มีดีมากกว่าที่คิด

จุดเด่นของ ประกันชีวิตชั่วระยะเวลา

  • ค่าเบี้ยประกันถูก

เมื่อเทียบอัตราค่าเบี้ยประกันชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ กับความคุ้มครองที่ได้รับ และเมื่อเทียบกับแผนประกันชีวิตรูปแบบอื่นๆ ที่มีทุนประกันเท่ากัน

  • ค่าเบี้ยประกันคงที่

ค่าเบี้ยประกันชีวิตชั่วระยะเวลา เป็นค่าเบี้ยประกันคงที่เท่าเดิมตั้งแต่วันแรกจนวันครบกำหนดสัญญา ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองในระยะสั้นหรือยาวก็ตาม

  • เลือกระยะเวลาจ่ายเบี้ย และความคุ้มครองได้เอง

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา เปิดโอกาสให้คุณได้เลือกทั้งช่วงเวลาที่ต้องการความคุ้มครองและระยะเวลาจ่ายเบี้ยได้เอง ทำให้คุณสามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าสำหรับการจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ดีมากยิ่งขึ้น

อย่างที่รู้กันดีว่า แผนประกันชีวิตชั่วระยะเวลานั้น เป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และจะได้รับผลตอบแทนในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตขณะที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้อยู่เท่านั้น ไม่ครอบคลุมการออมทรัพย์ และไม่มีมูลค่าเงินสด โดยผู้เอาประกันสามารถเลือกระยะเวลาที่ต้องการความคุ้มครองและระยะเวลาในการจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ด้วยตัวเอง และหากคุณเป็นหนึ่งในบุคคลเหล่านี้ ประกันชีวิตชั่วระยะเวลาถูกออกแบบมาเพื่อคุณแน่นอน

  • มนุษย์เงินเดือนหน้าใหม่

เพราะค่าเบี้ยประกันชีวิตชั่วระยะเวลาค่อนข้างถูกกว่าค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบอื่นๆ (แต่ได้รับความคุ้มครองด้านชีวิตแบบเต็มที่) ทำให้ มนุษย์เงินเดือนหน้าใหม่ หรือคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ที่อาจจะยังมีรายได้ไม่มากนักแต่ต้องการทำประกันชีวิตเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านชีวิต หรือต้องการทำประกันชีวิตให้ครอบคลุมหนี้สินที่มี (ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ) ไม่ต้องแบกรับภาระค่าเบี้ยประกันที่สูงมากจนเกินไป และในอนาคตหากผู้เอาประกันสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันได้มากขึ้นก็สามารถแปลงสภาพกรมธรรม์ให้เป็นประกันชีวิตแบบอื่นได้

  • คนที่กำลังสร้างครอบครัว

เพราะการวางแผนชีวิตสำหรับคนในครอบครัวก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ และหากคุณเป็นหนึ่งคนที่อยู่ในช่วงก่อร่างสร้างครอบครัว และต้องการความคุ้มครองเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประกันชีวิตชั่วระยะเวลานี้ค่อนข้างจะตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างดี เนื่องจากเป็นประกันชีวิตที่จ่ายเบี้ยต่ำแต่ให้ความคุ้มครองสูง มั่นใจได้เลยว่าหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นคนข้างหลังจะไม่ลำบากและได้รับผลตอบแทนเต็มที่อย่างแน่นอน

  • นักธุรกิจหน้าใหม่

สำหรับ นักธุรกิจหน้าใหม่ การทำธุรกิจในช่วงเริ่มต้นไม่ง่ายและเป็นช่วงที่มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างสูง การทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาจะช่วยทำให้มั่นใจว่า หากมีเหตุฉุกเฉินผู้เอาประกันเสียชีวิต (ภายในระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด) ก็มั่นใจได้ว่าครอบครัวไม่ต้องรับภาระหนี้สินในส่วนนี้ เนื่องจากบริษัทประกันจะรับผิดชอบในส่วนนี้แทน

ประกันชีวิต มีแผนความคุ้มครองที่ค่อนข้างหลากหลาย การเลือกประกันชีวิตให้ตรงกับความต้องการของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่คนอยากทำประกันไม่ควรมองข้าม และหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่อยากเจอประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง คุณจะต้องเริ่มต้นจาก

  • สำรวจความต้องการของตัวเอง

ขั้นตอนแรกของการซื้อประกันชีวิตคือ คุณจะต้องรู้ความต้องการของตัวเองก่อนว่าต้องการทำประกันชีวิตเพื่ออะไร? ต้องการความคุ้มครองแบบไหน? สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกแผนประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการของคุณได้ง่ายขึ้น

  • กำหนดทุนประกันชีวิต

การกำหนดทุนประกันชีวิตจะช่วยให้คุณมองหาแผนประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น และทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมจะต้องไม่น้อยกว่า 3 เท่าของรายได้ต่อปี บวกภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ (รายได้ต่อปี x3 + ภาระหนี้สิน = ทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม)

  • เลือกค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไหว

ค่าเบี้ยประกันชีวิต ที่ต้องจ่ายในแต่ละปีไม่ควร 10 - 15% ของรายได้ทั้งปี (สามารถเพิ่มหรือลดได้ตามภาระหน้าที่และข้อจำกัดด้านการเงินของแต่ละบุคคล) ทั้งนี้ทั้งนั้น การประเมินหรือวางแผนสำหรับการจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตนั้น คุณจะต้องคำนวณและวางแผนเผื่อวันข้างหน้าด้วยว่าจะยังสามารถรับผิดชอบค่าเบี้ยประกันชีวิตได้ต่อไปหรือไม่ เพื่อที่คุณจะได้รับผลประโยชน์จากประกันชีวิตอย่างเต็มที่ และไม่ต้องปวดหัวกับการเวนคืนกรมธรรม์ในอนาคต