วางแผนการเงินเรื่องบ้าน ก็อย่าลืม “รีไฟแนนซ์”

7 มิถุนายน 2560 Bank of China

หากใครที่ชอบอ่านบทความออนไลน์บ่อยๆ ในช่วง 2-3 ปีมานี้ การวางแผนการเงินรวมถึงบทความการให้ความรู้ทางด้านการเงินต่างๆ นั้นเริ่มเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยทีเดียวครับ แต่การวางแผนการเงินนั้น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นการวางแผนเพื่อการลงทุนในอนาคตเพื่อให้เงินนั้นงอกเงยเพียงอย่างเดียว

ซึ่งจริงๆ แล้ว การวางแผนการเงินนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เรื่องการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากแต่หมายถึงการบริหารกระแสเงินสดที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้สามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ ที่มีได้อย่างครบถ้วน

ยิ่งคนที่มีหนี้สิน สิ่งที่ผมมักจะเจอบ่อยๆ คือแนวคิดที่จะอยากจะรีบปิดหนี้ให้หมดก่อน จนอาจลืมคิดถึงการออมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งนักวางแผนการเงินส่วนใหญ่แนะนำว่าต้องมีเงินฉุกเฉินอยู่ประมาณ 3-6 เท่าของรายได้ในแต่ละเดือน โดยอย่างยิ่งคนที่เป็น Freelance อาจจะต้องเตรียมเงินก้อนนี้ไว้สูงถึง 6-12 เท่าของรายได้ หลายคนอาจจะมีคำถามว่าทำไมต้องมีเงินมากขนาดนั้น ทั้งนี้ก็เผื่อว่า ตกงานกะทันหัน หางานไม่ได้ หรือว่ามีการซ่อมแซมรถยนต์หรือบางครั้งก็มีการเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ซึ่งค่ารักษาเองก็สูงขึ้นทุกปี

นอกจากค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ต้องเตรียมแล้ว ยังมีเรื่องของเงินออมในอนาคตเพื่อการเกษียณ รายจ่ายประจำทุกเดือน รวมถึงรายจ่ายอื่นๆ ที่มีเข้ามาตามความต้องการต่างๆ ในแต่ละช่วงชีวิต

และถ้าหากใครที่เริ่มมีครอบครัว หรือว่าอยากจะมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง ก็คงเริ่มที่จะทำการ “ผ่อนบ้าน” ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายทุกเดือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็สามารถที่จะลดภาระลงได้ ด้วยการทำ“รีไฟแนนซ์” บ้าน เพื่อให้ดอกเบี้ยที่เราจะต้องจ่ายในการผ่อนบ้านนั้นลดลง ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้นำเงินที่เหลือไปลงทุน หรือว่าจะเก็บออมในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ได้มากขึ้น

แล้วการรีไฟแนนซ์แบบชาญฉลาดนั้นเราควรพิจารณาจากอะไรว่าควรจะเลือกเจ้าไหน? หลักๆ ก็ควรจะพิจารณาว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายหลังจากรีไฟแนนซ์แล้วถูกลงกว่าการผ่อนบ้านกับเจ้าเดิมหรือไม่ ซึ่งหากสามารถได้ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ต่ำกว่าก็จะช่วยให้คุณผ่อนชำระต่อเดือนได้ถูกลง และยังช่วยให้ผ่อนหมดได้ไวขึ้นอีกด้วย และยังอาจจะต้องดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ประกอบนอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยอีกด้วย เช่น บังคับให้ทำประกันชีวิตหรือไม่ ปิดวงเงินก่อนกำหนดต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมปลีกย่อยมีอะไรบ้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ การขอสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จากบางธนาคารนั้น ก็สามารถขอวงเงินอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้ เพราะว่าบางครั้งเราอาจจะมีความจำเป็นต้องการใช้วงเงินในการใช้จ่ายเรื่องส่วนตัว ฯลฯ ซึ่งเราก็จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน นอกจากนี้การขอสินเชื่อแบบนี้อาจจะเป็นข้อเสนอเฉพาะกับบางธนาคารเท่านั้น หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าธนาคารชื่อดังแดนมังกรหรือ Bank of China เป็นหนึ่งในไม่กี่ธนาคารที่มีบริการสินเชื่อขอวงเงินอเนกประสงค์พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยเท่ากับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ต่ำสุดอยู่ที่ 2.80% โดยเฉลี่ย 3 ปี อยู่ที่ 3.77%
  • ยอดผ่อนล้านละ ประมาณ 5,500 บาทต่อเดือน (คิดจากระยะเวลา 30 ปี)
  • ไม่บังคับทำประกันชีวิต (MRTA) ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเงื่อนที่กล่าวมาจะต้องผูกกับประกันชีวิตหรือไม่
  • สามารถชำระค่างวดได้มากเท่าที่เราต้องการได้
  • สามารถปิดวงเงินได้ทุกเมื่อ โดยไม่มีค่าเบี้ยปรับ (ยกเว้น การย้ายสถาบันการเงินก่อน 3 ปี)
  • ช่องทางการชำระค่างวด สามารถชำระผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้ทุกช่องทาง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมใดๆ

นอกเหนือจากสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์แล้ว ทางธนาคาร Bank of China นี้ก็ยังมีสินเชื่อบ้านใหม่และสินเชื่อบ้านมือสองบริการลูกค้าอีกด้วย

ดังนั้นการทำรีไฟแนนซ์แล้วได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำแถมด้วยวงเงินอเนกประสงค์ดอกเบี้ยเท่ากับดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านด้วยก็ถือว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ทั้งนี้เราเองก็ควรที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม และต้องไม่ใช้จ่ายอย่างเกินตัวไม่อย่างนั้นแล้วก็อาจจะทำให้เรามีหนี้สินเพิ่มเติม

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ทีมผู้จัดการสินเชื่อบ้าน 0860499422

*บทความนี้เป็นบทความ Advertorial


Img loading