มนุษย์เงินเดือนก็รวยได้ แค่รู้จักวางแผนการเงิน

ลดหย่อนภาษี

การวางแผนการเงินเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด แม้ว่าในตอนนี้คุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีหน้าที่การงานมั่นคง มีรายได้สม่ำเสมอในทุกๆ เดือนก็ตามที แต่เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ เราไม่มีทางรู้ว่าจะมีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นตอนไหน การวางแผนการเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าเราติดกระดุมทางการเงินเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆ ไปก็ผิดหมด สิ่งที่ตามมาอาจจะหมายถึงการมีปัญหาทางการเงินในอนาคตหากคุณยังไม่แน่ใจว่า จะเริ่มต้นอย่างไรให้เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีอิสระทางการเงิน iTAX จะบอกเทคนิคให้ฟัง

1. กันเงินสำรองฉุกเฉิน

เงินสำรองฉุกเฉิน ถือเป็นเงินก้อนแรกที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะในแต่ละช่วงชีวิตเราไม่สามารถคาดคิดได้ว่าจะเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง เช่น ตกงานขาดรายได้ บริษัทปิดกิจการ หรือ แม้กระทั่งคนในครอบครัวเจ็บป่วย การมีเงินสำรองฉุกเฉินจะทำให้เราผ่านเหตุการณ์ร้ายร้ายเหล่านี้ไปได้ โดยไม่ไปกระทบเป้าหมายทางการเงินอื่น เช่น เป้าหมายเก็บเงินเพื่อการเกษียณ การศึกษาบุตร การท่องเที่ยว เป็นต้น

จากความสำคัญของการมีเงินสำรองฉุกเฉิน คุณควรให้ความใส่ใจกับการเก็บเงินก้อนนี้ ก่อนที่จะไปคิดถึงเรื่องจะลงทุนอะไรดี หลักในการวางแผนเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำควรเตรียมไว้ให้พออย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

2. ใช้สวัสดิการของบริษัทให้คุ้มค่า

สวัสดิการที่สร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้กับมนุษย์เงินเดือน มองห้ามไม่ได้เลย คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลายท่านที่เป็นมนุษย์เงินเดือน คงมองว่าเป็นเพียงแค่สวัสดิการตัวหนึ่งที่ช่วยให้เรามีเงินเก็บยามเกษียณ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น ถือเป็นแหล่งเงินออมที่มีประโยชน์และเป็นวิธีการออมเงินที่น่าทึ่งมากสำหรับมนุษย์เงินเดือน อย่าพลาดที่จะใช้สิทธิ์นี้

ตัวอย่างแสดงความมหัศจรรย์ของเงินออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

โดยสมมติ เริ่มทำงานอายุ 20 ปี ด้วยฐานเงินเดือน 20,000 บาท อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือน 5% นายจ้างจ่ายสมทบ 5% ลูกจ้างสะสม 5%, 10% และ 15% โดยสมมติให้ผลตอบแทนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 5% ตอนเกษียณ (อายุ 60 ปี) จะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดังนี้

อัตราสะสม5%10%15%
จำนวนเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (บาท)฿6,758,389฿10,137,584฿13,516,778

จะเห็นได้ว่า การออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ให้แก่เงินออมของคุณได้  และยังสามารถใช้สร้างวินัยในการออม ได้เงินสมทบเพิ่มจากนายจ้าง เป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี เป็นเงินออมเอาไว้ใช้ยามเกษียณ นอกจากนี้ยังมีมืออาชีพบริหารเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับการลงทุนได้อีกด้วย

3. รู้จักวางแผนภาษีแต่เนิ่นๆ

เราต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า ช่วง 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของทุกปี ผู้มีรายได้ทุกคนจะต้องทำการยื่นภาษีและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนั้น คุณจึงควรสำรวจตัวเองเพื่อเริ่มวางแผนภาษีแต่เนิ่นๆ เพราะเมื่อคุณรู้ว่า คุณมีรายได้เท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนไหนได้บ้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้นอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรับเงินคืนภาษีของคุณอีกด้วย

ซึ่งค่าลดหย่อนภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ที่นอกเหนือจากค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทต่อปีนั้น คุณยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย การเลือกซื้อกองทุน RMF/LTF รวมถึง การซื้อประกันชีวิต และประกันสุขภาพเพื่อลดหย่อนภาษีได้อีกเช่นกัน

 4. มองหาประกัน เผื่อเหตุฉุกเฉินในอนาคต และยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วย

การทำประกันชีวิตถือเป็นการลุงทุนรูปแบบหนึ่งเพื่อป้องกันความเสี่ยง คุณสามารถเลือกและวางแผนได้ตามความต้องการ  ไม่ว่าจะเป็นเลือกทำประกันจากความคุ้มครอง ระยะเวลาและค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไหว รวมถึงผลตอบแทนที่คุณต้องการ

ที่ผ่านมามนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า สวัสดิการด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพกลุ่ม หรือ ประกันชีวิตแบบกลุ่มที่บริษัทมีให้นั้นเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว แค่ประกันสังคมหรือ ประกันสุขภาพที่บริษัทมีให้นั้นอาจจะไม่เพียงพอ เพราะหากในอนาคตคุณมีเหตุให้ไม่สามารถทำงานได้ สวัสดิการตรงนี้ย่อมหายไปในพริบตา และหากคุณไม่ได้ทำประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพไว้ คุณอาจจะต้องใช้เงินที่หามาทั้งชีวิตไปกับค่ารักษาพยาบาล หรือ เรื่องฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

นอกเหนือจากความคุ้มครองที่คุณจะได้รับตามที่กรมธรรม์ประกันชีวิตกำหนดแล้ว หากคุณซื้อประกันชีวิตภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด คุณจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท นั่นหมายความว่า นอกจากจะได้รับความคุ้มครองด้านชีวิตแล้ว การซื้อประกันชีวิตยังช่วยให้คุณมีโอกาสในการรับเงินคืนภาษีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ประกันออมสบาย 10/5 จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต แผนประกันสำหรับมนุษย์เงินเดือน

หากคุณเป็นหนึ่งในมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมองหาประกันชีวิต และรู้สึกว่าการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตระยะยาวอาจจะเป็นภาระมากเกินไป เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ ประกันออมสบาย 10/5 จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ประกันชีวิตระยะสั้น ที่ให้คุณได้ทั้งความคุ้มครองชีวิต ประหยัดภาษี และเงินผลตอบแทนระหว่างทางที่สามารถนำไปลงทุนต่อยอดได้ มาพร้อมเงื่อนไขที่จะไม่ทำให้คุณหนักใจ

เงื่อนไขการรับประกัน

  • ผู้เอาประกันต้องมีอายุ 20 – 70 ปี
  • ค่าเบี้ยประกันเริ่มต้น 30,000 ปี
  • จ่ายเบี้ยประกัน 5 ปี
  • ค่าเบี้ยประกันจ่ายรายปีเท่านั้น
  • ไม่ต้องตรวจสุขภาพ แต่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย (การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัยและการจ่ายเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
  • ไม่สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

  • รับความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ 10 ปี
  • รับเงินคืนเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 – 6 ปีละ 20%
  • รับเงินคืนเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 7 – 9 ปีละ 100%
  • อยู่ครบกำหนดสัญญา ปีที่ 10 รับเงินคืน 140%
  • ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดถึง 100,000 บาท

ตัวอย่างการวางแผนการเงินควบคู่กับภาษี

เปรียบเทียบมนุษย์เงินเดือนสองคน ได้เงินเดือน ฿100,000 เท่ากัน คนนึงออมก่อนใช้  แต่อีกคนใช้ก่อนออมซึ่งโดยมากจะจบโดยการที่ไม่ได้ออม ถ้านำเงินที่ออมไว้ไปจ่ายเบี้ยประกันชีวิตและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยจะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีไม่ใช้สิทธิลดหย่อนใดๆ เพิ่มเลย โดยคำนวณจากสมมติฐานว่าทั้งคู่ไม่มีค่าลดหย่อนอะไรอื่นพิเศษนอกจากประกันสังคม

 นาย Aนาย B

 เก็บก่อนใช้ 10% นำเงินออมไป ซื้อประกันลดหย่อนภาษีใช้ก่อนเก็บ
เงินเดือนรวมทั้งปี฿1,200,000฿1,200,000
ภาษีสะสมทั้งปี  ฿122,750 ฿122,750
อัตราภาษี25%25%
เงินเก็บต่อปี฿120,000฿0
ซื้อประกันลดหย่อนภาษี฿100,000฿0
ได้เงินคืนจากซื้อประกัน฿20,000฿0
ได้เงินคืนภาษี+฿21,550฿0
เงินเก็บคงเหลือ฿141,550-฿

จากข้อเปรียบเทียบข้างต้น

จะเห็นได้ชัดว่า หากคุณเริ่มออมเงินได้อย่างน้อย 10% ของเงินเดือนได้แล้ว แล้วเลือกนำเงินออมมาซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี แม้จะใช้สิทธิลดหย่อนจนครบ ฿100,000 ตามที่กฎหมายกำหนด ก็ยังมีเงินออมเหลืออยู่ ฿20,000 และเพิ่มโอกาสในการรับเงินคืนภาษีเพิ่มขึ้น ฿21,550 ทำให้มีเงินเก็บคงเหลือ ฿41,550 พร้อมกับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ซื้อไว้

และหากคุณเลือก ซื้อประกันออมสบาย 10/5 จากไทยสมุทรประกันชีวิต คุณจะยังมีโอกาสได้รับเงินคืนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตเพิ่มอีก ซึ่งเงินที่คุณได้รับคืนมาในแต่ละปีนั้น จะสามารถนำไปต่อยอดและเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้คุณได้อีกด้วย

ย้ำกันอีกครั้งว่า ประกันชีวิตไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนหรือลดหย่อนภาษีเป็นหลัก ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตเราอยากให้คุณพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขความคุ้มครอง, เงื่อนไขการรับเงินคืน รวมถึงความต้องการความคุ้มครองของตัวเองให้ดี เพื่อให้คุณได้รับผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตได้อย่างตรงกับความต้องการที่สุดนั่นเอง

error: Content is protected !!