ประกันชีวิต กับมูลค่าเงินสด

ลดหย่อนภาษี

3,743 VIEWS

จริงอยู่ที่ผลประโยชน์หลักที่ได้จากการทำ ประกันชีวิตนอกจากการลดหย่อนภาษี คือ ความคุ้มครองด้านชีวิต และเงินทุนประกันที่จะได้คืนไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเงินคืนประกันระหว่างสัญญา เงินคืนประกันเมื่อมีอายุครบกำหนดสัญญา หรือ เงินคืนประกันเมื่อเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้ก็ตาม

แต่สิ่งหนึ่งที่คนทำประกันหลายคนอาจจะคิดไม่ถึง หรือ ลืมคิดไปว่า แท้จริงแล้วประกันชีวิตมีประโยชน์กับเรามากกว่านั้น และผลประโยชน์ที่เรากำลังพูดถึงก็คือ มูลค่าเงินสดกรมธรรม์ (Cash Value) นั่นเอง ส่วนมูลค่าเงินสดจะเกี่ยวข้องกับการทำประกันชีวิตยังไง เลื่อนลงมาเลย

มูลค่าเงินสดกรมธรรม์ (Cash Value) คืออะไร?

มูลค่าเงินสดกรมธรรม์ คือ มูลค่าที่เกิดขึ้นจากการที่เราจ่ายค่าเบี้ยประกันในแต่ละปี ถ้ายิ่งจ่ายเบี้ยประกันนานหรือใกล้ครบกำหนดอายุกรมธรรม์ประกันชีวิตจะยิ่งมีมูลค่าเงินสดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า ในปีแรกของการจ่ายค่าเบี้ยประกัน กรมธรรม์จะยังไม่มีมูลค่าเงินสด ในกรณีที่คุณทำการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนเวลาที่เหมาะสม มูลค่าเงินสดที่จะได้จากการยกเลิกกรมธรรม์ไม่คุ้มค่ากับที่จ่ายไปแน่นอน

ประกันชีวิตมีมูลค่าเงินสด จัดการแบบไหน อย่างไรดี?

1.ทำการเวนคืนหรือยกเลิกกรมธรรม์

เมื่อคุณจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตไปพักหนึ่งและรู้สึกว่า ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณเท่าไหร่นัก หรือในบางกรณีที่รู้สึกว่าไม่อยากจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตอีกต่อไปแล้ว (ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม) คุณสามารถติดต่อขอเวนคืนหรือ ยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต กับบริษัทประกันชีวิตได้

และเมื่อคุณทำเรื่องขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต คุณจะได้รับเงินจำนวนเท่ากับมูลค่าเงินสดที่มีในกรมธรรม์จากบริษัทประกันชีวิต (เช็กมูลค่าเงินสดของกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ที่ ตารางท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต) สิ่งหนึ่งที่คุณจำเป็นจะต้องรู้คือ ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันชีวิตจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อคุณทำการขอเวนคืนมูลค่าเงินสดจากประกันชีวิต ดังนั้น ก่อนจะทำการเวนคืนกรมธรรม์ เราอยากให้คุณพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน

2. เปลี่ยนรูปแบบกรมธรรม์ เป็นกรมธรรม์แบบใช้เงินสำเร็จ

ในกรณีนี้คุณสามารถหยุดจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตและสามารถขอใช้สิทธิให้กรมธรรม์ยังคงให้ความคุ้มครองจนครบอายุสัญญาได้ และจะยังได้รับผลตอบแทนเมื่อประกันชีวิตครบกำหนดอายุสัญญาอยู่ แต่ต้องทำใจไว้เลยว่า มูลค่าความคุ้มครองชีวิตและเงินครบกำหนดสัญญานั้นจะลดน้อยลงจากผลตอบแทนเมื่อเริ่มต้นสัญญาจะได้รับเงินผลตอบแทนเท่าไหร่ คุ้มครองชีวิตกรณีใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับมูลค่าเงินสดที่กรมธรรม์มีอยู่, ข้อกำหนดของกรมธรรม์ประกันชีวิต และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันชีวิตกำหนดไว้

3. ขยายระยะเวลากรมธรรม์ประกันชีวิต

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า หากต้องการหยุดจ่ายค่าเบี้ยประกัน แต่ยังอยากมีความคุ้มครองด้านชีวิตไว้ให้รู้สึกอุ่นใจ คุณสามารถทำการขอ ขยายระยะเวลากรมธรรม์ประกันชีวิต เพื่อให้ประกันชีวิตยังคงให้ความคุ้มครองคุณต่อไปได้ และแม้ว่าระยะเวลาในการคุ้มครองชีวิตอาจจะไม่ครบสัญญาเหมือนเดิม แต่ก็มั่นใจได้ว่ามูลค่าความคุ้มครองจะยังมีอยู่เท่าเดิม

ส่วนประกันชีวิตฉบับนั้นๆ จะให้ความคุ้มครองยาวนานแค่ไหน เมื่อครบสัญญาแล้วจะได้รับเงินคืนเมื่อครบสัญญาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมูลค่าเงินสดที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีอยู่ รวมถึงข้อกำหนดของกรมธรรม์ประกันชีวิตและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกันชีวิตแต่ละแห่ง

4. กู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิต

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า เมื่อเราจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตไปในระยะหนึ่งกรมธรรม์ประกันชีวิตของเราจะมีมูลค่าเงินสดขึ้นมา ซึ่งเราสามารถทำการขอกู้เงินจากมูลค่าเงินสดที่มีในกรมธรรม์ได้ แต่จะกู้ได้เท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า ณ เวลานั้น กรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณมีมูลค่าเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่จะกู้ได้ไม่เกินมูลค่าเงินสดที่มีอยู่)

สำหรับการกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิต คุณจะยังได้รับความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากประกันชีวิตฉบับนั้นๆ เหมือนเดิม แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มูลค่าเงินกู้และดอกเบี้ยค้างชำระมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าเงินสด กรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณจะสิ้นสุดการบังคับใช้และถูกปิดลงทันที


สิ่งที่ต้องระวังก่อน กู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิต

1. อัตราดอกเบี้ย

เพราะหากคุณทำการกู้เงินจากประกันชีวิตของตัวเอง คุณจะต้องทำใจเผื่ออัตราดอกเบี้ยตามข้อกำหนดของบริษัทประกันด้วย (อัตราดอกเบี้ยของบริษัทประกันอาจจะสูงกว่า ดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารเล็กน้อย)

2. การกู้อัตโนมัติ

นอกจากการกู้เงินประกันชีวิตโดยตั้งใจแล้ว เราอยากให้คุณระวังการกู้เงินจากกรมธรรม์แบบที่ไม่ตั้งใจด้วย เพราะหลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดว่า หากอยากยกเลิกการทำประกันชีวิตแค่หยุดจ่ายค่าเบี้ยประกันก็พอ ซึ่งถ้าว่ากันตามจริง หากคุณไม่ทำการยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เรียบร้อยและหยุดจ่ายเบี้ยประกันไปเฉยๆ บริษัทประกันชีวิตจะทำการกู้เงินสดในกรมธรรม์มาจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้คุณโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณยังได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง

และจะทำการกู้เงินจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบนี้ไปจนกว่าเงินกู้และดอกเบี้ยจะมีมูลค่าสูงกว่าเงินสดที่เหลืออยู่ กรมธรรม์ประกันจึงสิ้นสุดความคุ้มครอง และหากคุณต้องการความคุ้มครองจากประกันชีวิตฉบับนั้นๆ อยู่ คุณจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต (เงินกู้) และดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้อัตโนมัติให้เรียบร้อย คุณถึงจะได้รับความคุ้มครองด้านชีวิตเหมือนๆ เดิม

และหากคุณคิดว่า ไม่ต้องทำเรื่องยกเลิกประกันชีวิตก็ได้ เพราะเมื่อถึงเวลามูลค่าเงินกู้และดอกเบี้ยสูงกว่ามูลค่าเงินสด ประกันชีวิตก็จะถูกปิดและยุติความคุ้มครองไปเอง เราบอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะมูลค่าเงินกู้และดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้อัตโนมัตินั้น อาจจะกลายมาเป็นหนี้ก้อนใหญ่แบบที่คุณเองก็คิดไม่ถึงเลยทีเดียว ดังนั้น เมื่อคุณจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตไปมาระยะหนึ่ง และไม่ต้องการความคุ้มครองด้านชีวิต หรือรู้สึกว่าจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตไม่ไหว เราแนะนำให้คุณเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งจาก 4 ข้อข้างต้นเป็นทางออกจะดีที่สุด

แต่หากคุณทำการวางแผนและเตรียมพร้อมสำหรับการจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตในระยะยาวมาแล้ว และอยู่ในช่วงที่กำลังมองหาประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี คุณสามารถค้นหาแผนประกันชีวิตลที่เหมาะกับความต้องการของคุณได้ที่ iTAX Market แล้วคุณจะรู้ว่า ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองและผลตอบแทนที่คุ้มค่ามีอยู่จริง

error: Content is protected !!